ศุลกากรจับผู้โดยสารเวียดนาม ลักลอบขนนอแรดจากแองโกลา เตรียมผ่านไทยไปลาว มูลค่า ๖.๙ ล้านบาท

เผยแพร่เมื่อ ๐๘/๐๙/๒๐๒๕ ๑๓:๒๓

ศุลกากรจับผู้โดยสารเวียดนาม ลักลอบขนนอแรดจากแองโกลา เตรียมผ่านไทยไปลาว มูลค่า ๖.๙ ล้านบาท


นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ ที่ปรึกษาด้านการพัฒนาและบริหารการจัดเก็บภาษี ในฐานะโฆษกกรมศุลกากร กล่าวว่า ตามที่นายธีรัชย์ อัตนวานิช อธิบดีกรมศุลกากร ได้มีนโยบายให้เพิ่มความเข้มงวดในการป้องกันและปราบปรามการลักลอบค้าสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เพื่อปกป้องสัตว์ป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ของประเทศไทยและของโลก หน่วยงานในสังกัดกรมศุลกากรจึงเฝ้าระวังการกระทำความผิดที่เกี่ยวกับ

การลักลอบค้าสัตว์ป่าและพันธุ์พืชอย่างใกล้ชิด โดยนายวิศณุ วัชราวนิช ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรตรวจของผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้สั่งการให้ เจ้าหน้าที่ในสังกัดฯดำเนินการตามนโยบายอย่างเคร่งครัด เพื่อสกัดกั้นขบวนการลักลอบค้าสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ตามอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้จะสูญพันธุ์ หรืออนุสัญญาไซเตส (CITES) ผ่านทางท่าอากาศยาน โดยใช้ข้อมูลการข่าวและการวิเคราะห์ข้อมูลผู้โดยสารจากระบบตรวจสอบและคัดกรองผู้โดยสารล่วงหน้า จนสามารถระบุตัวผู้โดยสาร

ที่มีความเสี่ยงในการลักลอบขนส่งนอแรดผ่านประเทศไทย และนำไปสู่การขยายผลตรวจค้น - จับกุมได้ในครั้งนี้

รูปภาพ

โดยเมื่อวันที่ ๖ กันยายน ๒๕๖๘ เวลาประมาณ ๑๙.๔๕ น. เจ้าหน้าที่ศุลกากร ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำการจับกุมผู้โดยสารชายสัญชาติเวียดนาม เดินทางจากกรุงลูอันดา สาธารณรัฐแองโกลา มีกำหนดเปลี่ยนเที่ยวบินที่กรุงแอดดิสอาบาบา สหพันธ์สาธารณรัฐประชาธิปไตยเอธิโอเปีย มายังท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ประเทศไทย

เพื่อเดินทางต่อไปยังปลายทางนครหลวงเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยชายคนดังกล่าวมีลักษณะตรงตามข้อมูลที่ทำการวิเคราะห์ไว้ เจ้าหน้าที่จึงขอตรวจค้น พบนอแรด จำนวน ๕ ชิ้น น้ำหนักรวม ๖.๘๖ กิโลกรัม มูลค่าเบื้องต้นประมาณ ๖.๙ ล้านบาท ซึ่งกรณี เป็นการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. ๒๕๖๐ พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๖๒ และ พระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. ๒๕๕๘

รูปภาพ

โฆษกกรมศุลกากร กล่าวต่ออีกว่า กรมศุลกากรจะทำการร่วมมือและวิเคราะห์ข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดเพื่อสกัดกั้นขบวนการลักลอบค้าสัตว์ป่าและพันธุ์พืชตามอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้จะสูญพันธุ์ หรืออนุสัญญาไซเตส (CITES) ให้เกิดวามมั่นคงทางสังคมและสิ่งแวดล้อมต่อไป