โบลท์ เปิดตัว ‘Bolt Sure’ จับมือขนส่งเชียงใหม่ยกระดับมาตรฐานเรียกรถ อัดฉีด ๓๐ ล้าน ดันผู้ขับขี่ถือใบขับขี่สาธารณะ ๑๐๐% ภายใน ก.ย.นี้




วันที่ ๒๖ สิงหาคม ๒๕๖๙ โบลท์ (Bolt) แพลตฟอร์มเรียกรถโดยสารชั้นนำ ประกาศเปิดตัวโครงการ Bolt Sure ๘๒๑๑; สร้างความเชื่อมั่นด้วยมาตรฐานความปลอดภัย พร้อมประสานความร่วมมือกับสำนักงานขนส่งจังหวัดเชียงใหม่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเดินหน้ายกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในอุตสาหกรรมเรียกรถผ่านแอปพลิเคชันของประเทศไทย โดยมุ่งเน้นการอำนวยความสะดวกให้แก่พาร์ทเนอร์ผู้ขับขี่ในการขอใบอนุญาตขับรถสาธารณะผ่านระบบดิจิทัล การสื่อสาร และการให้คำแนะนำอย่างครบวงจร เพื่อตอบรับนโยบายของกระทรวงคมนาคมและสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ใช้บริการทั่วประเทศ



สำหรับการขับเคลื่อนโครงการในครั้งนี้ โบลท์ได้ทุ่มงบประมาณลงทุนไปแล้วกว่า ๓๐ ล้านบาท นับตั้งแต่ปี ๒๕๖๘ เพื่อช่วยเหลือผู้ขับขี่ในการดำเนินการด้านเอกสารและจดทะเบียนยานพาหนะให้ถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมทั้งอัดฉีดมาตรการจูงใจทางการเงินโดยตรง ทั้งการมอบโบนัส ๕๐๐ บาท และส่วนลดอัตราค่าคอมมิชชันพิเศษสำหรับผู้ขับขี่ที่อัปโหลดใบอนุญาตขับรถสาธารณะเข้าสู่ระบบ ตลอดจนการผนึกกำลังร่วมกับขนส่งเชียงใหม่จัดกิจกรรม ๘๒๒๐;Booster Days๘๒๒๑; อย่างต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๙ เพื่ออำนวยความสะดวกในทุกขั้นตอน ยิ่งไปกว่านั้น โบลท์ยังได้เริ่มบังคับใช้นโยบายกำหนดให้ผู้ขับขี่รายใหม่ทุกคนต้องมีใบอนุญาตขับรถสาธารณะก่อนเริ่มงานบนแพลตฟอร์มมาตั้งแต่วันที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๖๙ ที่ผ่านมา



ปัจจุบัน ความพยายามดังกล่าวส่งผลให้มีผู้ขับขี่บนแพลตฟอร์มโบลท์ได้รับใบอนุญาตขับรถสาธารณะแล้วมากกว่า ๑๐๐,๐๐๐ ราย โดยบริษัทตั้งเป้าหมายจะผลักดันให้ผู้ขับขี่ทั้งหมดดำเนินการได้ครบ ๑๐๐% ภายในวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๙




ทั้งนี้ นายณัฐดนย์ สุขศิริฐานันท์ ผู้จัดการทั่วไป ประจำโบลท์ ประเทศไทย เปิดเผยว่า ก็คือจริงๆ วันนี้ Bolt ลงพื้นที่ที่เชียงใหม่ มาทำโครงการ Bolt Sure ภายใต้ Bolt Booster Week หลักๆ ก็คือการที่ Bolt ร่วมมือกับทางภาครัฐ กรมการขนส่งทางบก เพื่อทำให้ขบวนการการจดทะเบียนทำใบขับขี่สาธารณะมีความรวดเร็วและสะดวกสบายมากขึ้นสำหรับคนขับ ก็หลักๆ คือ Bolt ก็เป็นคนที่ให้ฟีดแบ็ค กับทางภาครัฐ ว่าคนขับเนี่ยเจอปัญหาอะไรในการจดทะเบียน อย่างเช่นสมัยก่อนเนี่ย คนขับอาจจะต้องใช้ระยะเวลาประมาณ ๑ เดือน ในการตรวจประวัติอาชญากรรม เพื่อที่จะทำใบขับขี่สาธารณะ แต่ ณ วันนี้ Bolt ก็ร่วมมือกับทางขนส่งทางบก เพื่อมีการตรวจประวัติอาชญากรรมเนี่ยภายในวันเดียวนะครับ แล้วก็สามารถทำใบขับขี่สาธารณะในวันเดียวได้เช่นกันครับ ก็มีความรวดเร็ว สะดวกสบายมากขึ้น


นอกเหนือจากนี้ Bolt ก็มีการลงทุน ให้มีงบประมาณในการสร้างแรงจูงใจให้คนขับเนี่ยมาจดทะเบียน ณ วันนี้ Bolt ลงทุนไปแล้ว ๓๐ ล้านในการยกระดับ แล้วก็ช่วยพาคนขับเนี่ยมาจดทะเบียน ภายใต้งบประมาณเหล่านี้ เรามีการให้ incentive คนขับ อย่างเช่น การให้ ๕๐๐ บาท สำหรับทุกคนเนี่ยที่มีการอัปโหลดตัวใบขับขี่สาธารณะขึ้นมาในบัญชี รวมถึงการลดค่าคอมมิชชันครับ ๖% สำหรับ ๒ ล้อ แล้วก็ ๕% สำหรับ ๔ ล้อน อันนี้เป็นการลดค่าคอมมิชชันสำหรับทุกทริปที่เกิดขึ้นในเดือน ไม่ใช่แค่ทริปใดทริปหนึ่ง นอกเหนือจากนี้ สำหรับบางเสาร์อาทิตย์เนี่ย ที่กรมขนส่งมีการเปิดรอบพิเศษให้กับคนขับ Bolt เนี่ย เราก็ให้ออนท็อปอีก ๑,๐๐๐ บาท จากสิ่งที่เราให้ก่อนหน้านี้ ก็เป็นการช่วยคนขับเนี่ย ให้เข้าระบบได้ง่ายขึ้น มีความรวดเร็ว แล้วก็ลดภาระการจดทะเบียนให้กับคนขับครับ๘๒๒๑;

ถ้าเกิดดูเป็นภาพรวมของ Bolt ครึ่งปีแรกเนี่ย สามารถผลักดันให้คนขับเนี่ยมาทำเพิ่มเติมได้ประมาณ ๖๐,๐๐๐ ราย แล้วก็ ๒-๓ เดือนที่ผ่านมาเนี่ย เราได้เพิ่มอีกประมาณ ๔๐,๐๐๐ ราย รวมยอดทั้งปีเนี่ย คนที่มีใบขับขี่สาธารณะเพิ่มเนี่ย อยู่ที่ประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ ราย
แต่เชียงใหม่ก็ถือว่าเป็นเมืองที่สำคัญสำหรับ Bolt เป็นเมืองที่สามที่ Bolt เข้ามาให้บริการในประเทศไทย ยังอยากสนับสนุนให้คนขับเนี่ยมาจดทะเบียนเพิ่มเติมเพราะภายใน ๓๐ กันยายนเนี่ย Bolt ก็มีนโยบายที่จะบล็อกคนขับถาวร สำหรับคนที่ไม่มีใบขับขี่สาธารณะก็ขอเชิญชวนให้ทุกคนเนี่ยมาทำใบขับขี่สาธารณะให้เร็วที่สุด
ในแง่ของข้อสอบ ที่เตรียมความพร้อมให้กับคนขับ ในอดีตเนี่ย เราอาจจะมี คนขับอาจจะเคยเจอปัญหาเหล่านี้ แต่ว่าคนขับ ก่อนที่จะสามารถเข้าไปสอบเนี่ย เราก็จะมีข้อสอบตัวอย่างให้ เพื่อเตรียมความพร้อม อันนี้ก็เป็นจุดหนึ่งที่ช่วย ให้คนขับเนี่ย มีความมั่นใจมากขึ้นในการมาสอบ แล้วก็ทำให้ไม่ต้องสอบซ้ำอีกที


เรามองในแง่ของฐานคนขับ ที่ยังต้องมีการเติบโตในเชียงใหม่ แต่ว่าตัวราคาก็เป็นอีกสิ่งสำคัญ แล้วก็คอมมิชชันที่ Bolt ยังคิดต่ำกว่าคู่แข่ง ในแง่ของราคา เนื่องจากปีนี้ก็มีผลกระทบต่อค่าน้ำมันเนี่ย Bolt ก็ยังมีการวิเคราะห์เพิ่มเติมในแง่ของราคาที่อาจจะต้องมีการปรับขึ้น ในช่วงบางเวลา เพื่อให้รายได้ของคนขับเนี่ยมีความสมดุลมากขึ้น รวมถึงไม่ไปกระทบในแง่ของผู้ใช้มากเกินไป เพื่อที่จะให้คนขับเนี่ยมีทริปต่อรอบมากขึ้น แล้วก็ในแง่ของรายได้ที่สม่ำเสมอ.