พุทธศาสนิกชนชาวสงขลา พร้อมใจร่วมสืบสานประเพณี รับตายาย นำปิ่นโตอาหารและขนมเดือนสิบทำบุญอุทิศส่วนกุศลแก่บรรพบุรุษผู้ล่วงลับ

เผยแพร่เมื่อ ๐๘/๐๙/๒๐๒๕ ๑๑:๑๑

พุทธศาสนิกชนชาวสงขลา พร้อมใจร่วมสืบสานประเพณี รับตายาย นำปิ่นโตอาหารและขนมเดือนสิบทำบุญอุทิศส่วนกุศลแก่บรรพบุรุษผู้ล่วงลับ

พุทธศาสนิกชนชาวสงขลา พร้อมใจร่วมสืบสานประเพณี รับตายาย นำปิ่นโตอาหารและขนมเดือนสิบทำบุญอุทิศส่วนกุศลแก่บรรพบุรุษผู้ล่วงลับ


เช้าวันนี้ (๘ กันยายน ๒๕๖๘) บรรยากาศที่วัดเลียบ อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา เต็มไปด้วยความคึกคัก ประชาชนจำนวนมากพร้อมใจนำปิ่นโต ข้าวปลาอาหาร ดอกไม้ ธูปเทียน และขนมเดือนสิบ มาร่วมสืบสานประเพณี รับตายาย หรือ สารทเดือนสิบ ซึ่งตรงกับวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๐ ถือเป็นพิธีสำคัญที่ชาวใต้ยึดถือปฏิบัติสืบต่อกันมา เพื่ออุทิศส่วนกุศลแก่บรรพบุรุษที่ล่วงลับ


โดยทางวัดได้จัดแยกภาชนะใส่อาหารคาวหวานไว้อย่างชัดเจน ทั้งแกง ผลไม้ และขนมเดือนสิบ พร้อมจัดพื้นที่สำหรับตักบาตรล่วงหน้าเพื่อความเป็นระเบียบ ก่อนเข้าสู่พิธีทางศาสนา ณ ศาลาวิสุทธิโมลี ภายในศาลามีประชาชนนำปิ่นโตอาหารอีกชุดมาถวายเป็นอาหารเพลแด่พระสงฆ์ บางครอบครัวนำอัฐิหรือรูปถ่ายบรรพบุรุษมาตั้งไว้ด้านหน้าพระสงฆ์ พร้อมเขียนชื่อผู้ล่วงลับลงบนกระดาษ เพื่อเข้าพิธีบังสุกุลอุทิศส่วนบุญส่วนกุศล


ขณะที่บริเวณภายนอกศาลา มีการจัดวางอาหารบน ร้านเปรต หรือ หลาเปรต ส่วนใหญ่เป็นอาหารที่บรรพบุรุษชื่นชอบ เช่น ขนมลา ใช้แทนเสื้อผ้าให้บรรพบุรุษใช้นุ่งห่ม ขนมบ้า แทนลูกสะบ้าใช้เล่นต้อนรับสงกรานต์ ขนมพอง เปรียบเสมือนพาหนะข้ามห้วงทุกข์ รวมถึงของแห้งอย่างข้าวสาร หอม กระเทียม กะปิ และน้ำตาล โดยมีการล้อมสายสิญจน์จากร้านเปรตไปยังพระสงฆ์ในศาลาเพื่อประกอบพิธี เมื่อเสร็จสิ้นการแผ่ส่วนบุญกุศลแล้ว ผู้เฒ่าผู้แก่และเด็ก ๆ จะร่วมกัน ชิงเปรต หรือแย่งขนมที่ตั้งไว้ ถือเป็นสิริมงคลและเป็นสัญลักษณ์สำคัญของวันสารทเดือนสิบ


สำหรับ วันส่งตายาย หรือวันส่งบุญ จะจัดขึ้นในวันจันทร์ที่ ๒๒ กันยายน ๒๕๖๘ ตรงกับวันแรม ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๐ นับเป็นงานบุญใหญ่ของชาวภาคใต้ที่สะท้อนถึงความกตัญญู ความเคารพบรรพบุรุษ และการร่วมแรงร่วมใจของคนในชุมชน อันเป็นการธำรงรักษาขนบธรรมเนียมและเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมให้คงอยู่สืบไป