เด็ดปีกขบวนการค้ายาเสพภาคเหนือ! ตำรวจภูธรภาค ๕ แถลงจับกุม ๓ คดีใหญ่ ยึดยาบ้ากว่า ๕.๒ ล้านเม็ด



สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายใต้การนำของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ร่วมกับตำรวจภูธรภาค ๕ ฝ่ายทหาร และฝ่ายปกครอง ได้แถลงผลการจับกุมและสกัดกั้นขบวนการค้ายาเสพติดรายสำคัญในพื้นที่ภาคเหนือรวม ๓ คดี ยึดของกลางเป็นยาบ้ารวมทั้งสิ้น ๕.๒๗๔ ล้านเม็ด รถมหันตภัย ๒ คัน และจับกุมผู้ต้องหาได้ ๑ คน



สำหรับพฤติการณ์ในคดีแรก เกิดขึ้นเมื่อวันที่ ๑๙ มิถุนายน ๒๕๖๙ เจ้าหน้าที่สามารถสกัดตรวจยึดยาบ้าจำนวน ๒.๔๘ ล้านเม็ด ได้ในพื้นที่อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน หลังจากได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีรถยนต์เก๋งฮอนด้า สีเขียว ทะเบียน กต ๕๖๔๗ นครสวรรค์ ลักลอบลำเลียงยาเสพติดผ่านมาทางเชียงราย-เชียงใหม่-ลำพูน เจ้าหน้าที่จึงสะกดรอยตามจนถึงแยกดอยติ รถคันดังกล่าวไหวตัวทันและขับรถซิ่งแหกด่านสกัดของตำรวจ สภ.เมืองลำพูน ก่อนจะไปจอดรถทิ้งไว้ในสวนลำไยแล้วคนขับอาศัยความมืดวิ่งหลบหนีไปได้ จากการตรวจสอบภายในรถพบยาบ้าซุกซ่อนอยู่ในถุงดำรวม ๑๔ ถุง




คดีที่สอง เกิดขึ้นต่อเนื่องในคืนวันที่ ๑๙ ถึงวันที่ ๒๐ มิถุนายน ๒๕๖๙ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนทำการจับกุมผู้ต้องหา ๑ คน คือ นายเขมทัตหรือมด อายุ ๔๒ ปี ชาวกรุงเทพมหานคร พร้อมของกลางยาบ้า ๑.๘ ล้านเม็ด และรถยนต์ฮอนด้า CRV สีขาว ทะเบียน ฎณ ๔๔๙๓ กทม. โดยจับกุมได้บริเวณสี่แยกไฟแดงวิเวียม อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย หลังจากเจ้าหน้าที่เฝ้าติดตามพฤติกรรมรถคันดังกล่าวที่ขับวนเวียนในลักษณะมีพิรุธจนกระทั่งจอดติดไฟแดง จึงเข้าแสดงตัวขอตรวจค้นและพบยาบ้าซุกซ่อนในกระสอบสีน้ำเงินและกระสอบหลากสีรวม ๙ กระสอบอยู่บริเวณห้องโดยสารด้านหลังและที่เก็บสัมภาระ



คดีที่สาม เกิดขึ้นเมื่อวันที่ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๖๙ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ได้รับแจ้งจากผู้ใหญ่บ้านหมู่ ๕ ตำบลแม่สูน ว่าพบวัตถุต้องสงสัยถูกทิ้งไว้ข้างถนนสาธารณะบ้านล่องอ้อ เมื่อเข้าตรวจสอบร่วมกับฝ่ายปกครองพบกระสอบหลากสี ถุงผ้าสีขาวดำ และกล่องพลาสติกสีน้ำเงิน ภายในบรรจุยาบ้ารวมกันทั้งสิ้น ๙๙๔,๐๐๐ เม็ด จึงได้ทำการตรวจยึดเพื่อขยายผลหาตัวผู้กระทำความผิดต่อไป












ทั้งนี้ ตำรวจภูธรภาค ๕ ได้เปิดเผยสรุปผลการจับกุมยาเสพติดในห้วงตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๘ ถึง ๒๑ มิถุนายน ๒๕๖๙ มีการจับกุมคดียาเสพติดไปแล้วถึง ๒๒,๒๖๗ คดี (เป็นคดีรายสำคัญ ๒๖๘ คดี) สามารถตรวจยึดยาบ้าได้มากกว่า ๓๘๘ ล้านเม็ด ไอซ์กว่า ๗,๗๐๒ กิโลกรัม เฮโรอีนกว่า ๘๖ กิโลกรัม เคตามีนกว่า ๑,๑๗๐ กิโลกรัม ฝิ่นกว่า ๓๑๕ กิโลกรัม และยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดมูลค่ารวมกว่า ๘๘๐ ล้านบาท ซึ่งถือความสำเร็จครั้งใหญ่ตามนโยบายปราบปรามยาเสพติดในทุกมิติของรัฐบาล.