เชียงใหม่-เขื่อนแม่งัดฯ วางแผนส่งน้ำช่วงแล้ง ๒๕๖๙ ราว ๑๕๐ ล้าน ลบ.ม. ๗๐ ล้านส่งให้พื้นที่โครงการฯ อีก ๘๐ ล้าน ลบ.ม. ส่งสนับสนุน ๒ ฝั่งแม่น้ำปิงรวม ๒๑ รอบเวร ส่งแล้ว ๙ รอบเวร ๒ รอบแรกน้ำปิงน้ำมาก งดส่ง ประหยัดได้ ๓ ล้าน ลบ.ม. วางหลักบริหารน้ำ ยืดหยุ่นและเหมาะสม คาดจบรอบเวร ๒๑ ณ วันที่ ๑ มิ.ย. น้ำเขื่อนแม่งัดฯ มีอยู่ราว ๔๙% ไม่ต่ำกว่าเส้น Lower Rule Curve น้ำอุปโภค-บริโภค ไม่ขาดแคลน

เมื่อวันที่ ๒๖ ก.พ. ๒๕๖๙ ที่สำนักงานโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่แฝก-แม่งัดสมบูรณ์ชล นายอัธยา อรรณพเพ็ชร ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่แฝก-แม่งัดสมบูรณ์ชล (ผคบ.แม่งัดฯ) กล่าวถึงการบริหารจัดการน้ำของเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชลช่วงฤดูแล้ง ๒๕๖๙ ว่า ช่วงแล้ง ๒๕๖๙ เขื่อนแม่งัดฯ ได้วางแผนการบริหารจัดการน้ำไว้ก่อนหน้านี้แล้วตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ๒๕๖๘ มีการประชุมร่วมกับกลุ่มผู้ใช้น้ำเรื่องการวางแผน รวมทั้งประสานงานกับสำนักงานชลประทานที่ ๑ สำหรับเขื่อนแม่งัดฯ จะส่งน้ำให้ทั้งพื้นที่ของโครงการเขื่อนแม่งัดฯ เอง และสนับสนุนพื้นที่ตลอด ๒ ฝั่งแม่น้ำปิง ทั้งเชียงใหม่และลำพูน



การบริหารจัดการน้ำจะแบ่งน้ำเป็น ๒ ก้อน ก้อนแรกสำหรับพื้นที่บริการของเขื่อนแม่งัดฯ วางแผนส่งให้ ๗๐ ล้าน ลบ.ม. อีกก้อนปริมาณ ๘๐ ล้าน ลบ.ม. ที่จะโรยน้ำไปสมทบกับแม่น้ำปิง ซึ่งปริมาณน้ำ ๘๐ ล้าน ลบ.ม. นี้มีการประชุมร่วมกันทั้งจังหวัดเชียงใหม่และลำพูน โดยแผนการบริหารน้ำปริมาณ ๘๐ ล้าน ลบ.ม. จะแบ่งเป็นน้ำสำหรับการอุปโภค-บริโภค ๒๕ ล้าน ลบ.ม. คือ น้ำสำหรับการผลิตน้ำประปา อีก ๕๕ ล้าน ลบ.ม. เป็นน้ำสำหรับการรักษาระบบนิเวศ การเกษตร และการท่องเที่ยว โดยแบ่งการส่งน้ำเป็น ๒๑ รอบเวร เริ่มตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ไปสิ้นสุดเดือนพฤษภาคม ๒๕๖๙ โดยรอบเวรที่ ๑ และรอบเวรที่ ๒ ไม่มีการส่งน้ำ เนื่องจากแม่น้ำปิงมีน้ำในปริมาณที่เพียงพอต่อการใช้งาน เขื่อนแม่งัดฯ เริ่มส่งน้ำในรอบเวรที่ ๓ ปัจจุบันเป็นรอบเวรที่ ๙ เข้าสู่รอบเวรที่ ๑๐ ซึ่งขณะนี้สามารถประหยัดน้ำไปได้ราว ๓ ล้าน ลบ.ม. นายอัธยาฯ กล่าว


ผคบ.แม่งัดฯ กล่าวต่อว่า สำหรับแนวทางในการบริหารจัดการน้ำของเขื่อนแม่งัดฯ จะบริหารทั้งยืดหยุ่น และพิจารณาจากความเหมาะสม ซึ่งส่วนหนึ่งมีการวางแผนที่จะรับภัยแล้งได้ด้วย หากเกิดสถานการณ์แล้งในพื้นที่ โดยการติดตามการคาดการณ์จากกรมอุตุฯ และ สนทช. ขณะนี้ในพื้นที่ยังไม่รายงานเรื่องแล้ง อาจเป็นเพราะเมื่อวันที่ ๑ มกราคม เขื่อนแม่งัดฯ มีปริมาณราว ๑๐๕% ในพื้นที่ชลประทานจึงไม่มีปัญหาเรื่องภัยแล้ง แต่ก็ไม่ได้ประมาทในการบริหารจัดการน้ำ


วางไว้ ๓ มาตรการสำหรับรับมือภัยแล้ง โดยมีการเตรียมความพร้อมทั้งก่อนเกิดภัยมีการวางแผนจัดการน้ำไว้ทั้งปี ซึ่งกรมชลประทานกำหนดให้มีการวางแผนทั้งฤดูฝนทั้งฤดูแล้ง จัดสรรบริหารตามปริมาณน้ำต้นทุนที่มีอยู่ กำหนดแผนการเพาะปลูก คาดการณ์ปริมาณน้ำฝนและน้ำที่จะไหลเข้าเขื่อน รวมถึงมีการขุดลอก ซ่อมแซมอาคารชลประทานต่างๆ และการเตรียมเครื่องสูบน้ำ ซึ่งได้ดำเนินการไปหมดแล้ว ซึ่ง ณ วันนี้โครงการฯ มีความพร้อมที่จะดำเนินการ นายอัธยาฯ กล่าว

ผคบ.แม่งัดฯ กล่าวต่อว่า มาตรการที่ ๒ หากว่าเกิดภัยแล้ง โดยนโยบายของ สทนช. จะให้ความสำคัญกับน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภค เป็นหลัก การรักษาระบบนิเวศ เกษตรกรรม และอุตสาหกรรมเป็นลำดับสุดท้าย มีการควบคุมการเพาะปลูกโดยขอความร่วมมือกับเกษตรนอกพื้นที่ชลประทานให้งดทำนาปรังหรือปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อย ส่วนการบริหารจัดกาน้ำจะเป็นการบริหารแบบวันต่อวัน ซึ่งบริหารโดยยืดหยุ่นและเหมาะสม ทั้งเรื่องการติดตามระดับน้ำอย่างใกล้ชิด ปรับแผนการระบายน้ำ ให้เป็นไปตามสถานการณ์จริง อย่างเช่นช่วงไหนที่มีฝนหรือมีพายุก็จะลดการส่งน้ำ ส่วนมาตรการที่ ๓ เป็นเรื่องของการฟื้นฟูระยะยาว โดยการเพิ่มฟื้นฟูพื้นที่ต้นน้ำ เขื่อนแม่งัดฯ ต้นน้ำอยู่ในพื้นที่ อ.พร้าว ก็ต้องมีประสานให้มีการปลูกต้นไม้ เพิ่มพื้นที่ป่าต้นน้ำ และการเพิ่มความมั่นคงด้านน้ำในมิติต่างๆ


ตัวชี้วัด (KPI) ที่สำคัญคือ ปริมาณน้ำคงเหลือจะต้องมากกว่าเส้น Lower Rule Curve (ระดับควบคุมตอนล่าง) ซึ่งคาดการณ์ว่า ณ วันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๖๙ เขื่อนแม่งัดฯ จะมีน้ำอยู่ประมาณ ๔๙% ในพื้นที่บริการไม่มีพื้นที่ขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภค และพื้นที่การเกษตรไม่ได้รับความเสียหาย นายอัธยา อรรณพเพ็ชร ผคบ.แม่งัดฯ กล่าว.