สุไหงโกลก.- กสทช. ร่วม สตช. ลงใต้ตรวจสอบเสาส่งต่างๆโดยเน้นที่สายเเละเสาโทรศัพท์ซึ่งสามารถส่งสัญญาณไปมาข้ามแดนระหว่าง ชายแดนไทย–มาเลย์ เพื่อต้องการสกัดแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่กำลังหลบหนีภัยจากเขมร มาซบอกไทยโดยเลือกภาคใต้ตอนล่างนั่น คือ สามจังหวัดชายแดนภาคใต้
ผู้สื่อข่าวรายงาน วันที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๘ — กสทช. ร่วมกับตำรวจภูธรภาคใต้ชายแดนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบเสาสัญญาณโทรศัพท์มือถือบริเวณชายแดนไทย–มาเลเซียในจังหวัดนราธิวาส เพื่อป้องกันการใช้เทคโนโลยีในการกระทำผิด โดยเฉพาะการสนับสนุนกิจกรรมของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยสถานที่ลงที่จุดตรวจสอบหลักแรก

- • ต้นที่ ๑: ถนนเจริญเขต ซอย ๕ ต.สุไหงโก-ลก พบสายอากาศหันไปทางมาเลเซียและสัญญาณล้ำแดน เจ้าหน้าที่สั่งปรับลดกำลังส่งและมุมเอียง พร้อมจำกัดรัศมีบริการไม่เกิน ๒๐๐ เมตร ซึ่งดำเนินการแก้ไขแล้ว
- • ต้นที่ ๒ และ ต้นที่ ๓: ต.บูเก๊ะตา อ.แว้ง และบ้านตาบา ต.เจ๊ะเห อ.ตากใบ พบลักษณะคล้ายกัน เจ้าหน้าที่สั่งเร่งปรับลดกำลังส่งและจำกัดรัศมีบริการ
![]()
ตำรวจภูธรภาค๙ !! เอาจริง ในเมื่อช่วงที่ผ่านมาทางตำรวจจะมีแต่่เรื่องไม่ค่อยดีบ้าง แต่่ยังมีตำรวจน้ำดีอีกเยอะ มีข้อสั่งการจากผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค๙ พลตำรวจโท ปิยวัฒิ เฉลิมศรี โดยให้ท่าน พล.ต.ต.ชุมพล ศักดิ์สุรีย์มงคล ผบก.สส.จชต. ลงมาดูงานด้านนี้ด้วยตัวเองเนื่องจากมองว่าท่านชุมพลมีประสบการณ์สูง และะมีความตั้งใจในการทำงาน โดย ผู้การชุมได้ย้ำว่า !! เราจะให้เวลา ๗ วันในการแก้ไข หากไม่ดำเนินการตามข้อกำหนดจะมีการดำเนินคดีตามกฎหมายและะจะทำให้เด็ดขาดเป็นกรณีตัวอย่างสำหรับผู้ที่คิดจะเริ่มเดินทางสายดำมืดอย่างสเเกมเมอร์

สำหรับการใช้มาตรการเพิ่มเติมทาง กสทช. กำชับผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมทุกค่ายให้ปฏิบัติตามมาตรฐานการตั้งสถานีในพื้นที่ชายแดนอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันการลักลอบใช้งานข้ามแดนที่อาจเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมไซเบอร์
ขอขอบคุณภาพจากท่าน พล.ต.ต.ชุมพล ศักดิ์สุรีย์มงคล ผบก.สส.จชต.ได้อนุเคราะห์ภาพข่าว ซึ่งส่งต่อมาที่กระผมจึงได้นำภาพประกอบขณะที่ทำงานมาประกอบข่าวข้างต้น
ตอริก สหสันติวรกุล รายงาน สำนักข่าวไทย อสมท. //
