ชาวบ้านในพื้นที่ชายแดน แห่ลงทะเบียนรับเงินเยียวยา ภายหลัง ครม.อนุมัติงบกลางกว่า ๑,๗๐๐ ล้านบาท ช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากการปะทะในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา

เผยแพร่เมื่อ ๓๐/๐๘/๒๐๒๕ ๑๖:๑๗

ชาวบ้านในพื้นที่ชายแดน แห่ลงทะเบียนรับเงินเยียวยา ภายหลัง ครม.อนุมัติงบกลางกว่า ๑,๗๐๐ ล้านบาท ช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากการปะทะในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (๓๐ สิงหาคม ๒๕๖๘)  ที่ศาลาประชาคมหมู่บ้าน บ้านออด หมููที่ ๑๑  ตำบลบัวเชด อำเภอบัวเชด จังหวัดสุรินทร์ มีชาวบ้านมายื่นเอกสารเพื่อขอรับการเยียวยาจากสถานการณ์การสู้รบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชน โดยรัฐบาลได้ประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินในพื้นที่ ๗ จังหวัดชายแดน ๔๕ อำเภอ ๓๓๖ ตำบล ๔,๐๘๑ หมู่บ้าน ได้แก่ จังหวัดอุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ จังหวัดสระแก้ว จันทบุรี และจังหวัดตราด เพื่อให้มีการเบิกจ่ายงบประมาณดำเนินการในส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อช่วยเหลือเยียวยาประชาชนได้อย่างรวดเร็วและครบถ้วน โดยจะมีการจ่ายเยียวยาประชาชนที่ต้องอพยพ ครัวเรือนละ ๒,๐๐๐ บาท สำหรับการอพยพไม่เกิน ๗ วัน และ เยียวยาครัวเรือนละ ๕,๐๐๐ บาท เป็นเงินสด ผ่านระบบพร้อมเพย์ (prompt-pay) สำหรับการอพยพตั้งแต่ ๘ วันขึ้นไป ใช้งบประมาณ ๑,๕๑๖ ล้านบาท

นายทินกร เอ็นดู  ผู้ใหญ่บ้านออด กล่าวว่า วันนี้ทางผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน อบต.บัวเชด ได้ร่วมกันอำนวยความสะดวกให้กับชาวบ้านที่มาลงทะเบียน พร้อมแนะนำเอกสารที่จะต้องแนบประกอบการลงทะเบียน คือ สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน และใบมอบอำนาจ (กรณีไม่สามารถยื่นคำร้องด้วยตนเองได้) เบื้องต้นในวันนี้ มีผู้มาลงทะเบียนยื่นความจำนงขอรับการเยียวยาแล้วจำนวน ๑๕๗ คน 

พร้อมกันนี้ ครม. ยังได้อนุมัติงบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินฯ เพิ่มเติมอีก ๒,๙๐๐ ล้านบาท ให้แก่ กองทุนประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม เพื่อใช้ในการจัดสรรสวัสดิการให้แก่ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐกว่า ๑๓.๔๕ ล้านคนได้อย่างต่อเนื่องในช่วงที่เหลือของปีงบประมาณ ๒๕๖๘ (สิงหาคม-กันยายน) เนื่องจากงบประมาณเดิมไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายรายเดือนที่ประเมินไว้

ส่วนการจัดสรรเงินประชารัฐสวัสดิการใหม่ สำหรับผู้ที่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติตามโครงการฯ ปี ๒๕๖๕ ดังนี้

 

▪️วงเงินค่าซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น สินค้าเพื่อการศึกษา และวัตถุดิบเพื่อเกษตรกรรม ๓๐๐ บาทต่อเดือน เงื่อนไขจากร้านธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นและร้านอื่น ๆ ตามที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด

▪️วงเงินส่วนลดค่าซื้อก๊าซหุงต้ม วงเงิน ๘๐ บาทต่อคนต่อ ๓ เดือน เงื่อนไขจากร้านค้าตามที่กระทรวงพลังงานกำหนด

▪️วงเงินรวมค่าเดินทางผ่านระบบขนส่งสาธารณะ วงเงิน ๗๕๐ บาทต่อคนต่อเดือน

▪️มาตรการบรรเทาภาระค่าไฟฟ้า วงเงินอุดหนุนไม่เกิน ๓๑๕ บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน

▪️มาตรการบรรเทาภาระค่าน้ำประปา วงเงินอุดหนุนไม่เกิน ๑๐๐-๓๑๕ บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน

▪️เงินเพิ่มเบี้ยความพิการ จากเดิมจำนวน ๘๐๐ บาทต่อคนต่อเดือน เป็นจำนวน ๑,๐๐๐ บาทต่อคนต่อเดือน

 

ภาพ/ข่าว : ชนะชล มูลจันทร์