จังหวัดนราธิวาส จัดแข่งขัน Goodwill Games Thailand-Malaysia ๒๐๒๕ กระชับมิตรเชื่อมสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศไทยและประเทศมาเลเซีย
วันนี้ ๑๔ ก.ย.๖๘ ณ สนามกีฬามหาราช อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส
นายมงคล วิมลรัตน์ อธิบดีกรมพลศึกษา เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการกีฬาและนันทนาการเสริมสร้างความสัมพันธ์ไทย-มาเลเซีย ประจำปี ๒๕๖๘ Goodwill Games Thailand-Malaysia ๒๐๒๕ โดยมี ว่าที่ร้อยตรี ตระกูล โทธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส , นายอนิรุทร บัวอ่อน ปลัดจังหวัดนราธิวาส ,นายณรงค์ สังข์ประสิทธิ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนราธิวาส พร้อมด้วย Datuk Kamarudin bin Md Nor มุขมนตรีแห่งรัฐกลันตัน ดูแลด้านการท่องเที่ยว วัฒนธรรม ศิลปะ และมรดกทางวัฒนธรรม ประเทศมาเลเซีย ,นายกเทศมนตรีเมืองสุไหงโกลก ,นายอำเภอสุไหงโกลก และ นักกีฬาของประเทศไทย และประเทศมาเลเซีย เข้าร่วมฯ
นายมงคล วิมลรัตน์ อธิบดีกรมพลศึกษา กล่าวว่า การแข่งขัน Goodwill Games Thailand-Malaysia ๒๐๒๕ นับเป็นเวทีในการแสดงศักยภาพทางกีฬาและนันทนาการ และยังเป็นสะพานเชื่อมโยงมิตรภาพ ความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศไทยและประเทศมาเลเซีย ผ่านพลังของกีฬาและวัฒนธรรม ซึ่งเป็น Soft Power ที่ช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์และชื่อเสียงที่ดีของทั้งสองประเทศ นอกจากนี้โครงการนี้ยังสอดคล้องกับนโยบายของกรมพลศึกษา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่มุ่งส่งเสริมให้ประชาชนทุกเพศทุกวัย มีสุขภาพที่แข็งแรง ใช้กีฬาและนันทนาการเป็นพื้นฐานของคุณภาพชีวิต และเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมอย่างยั่งยืน
ว่าที่ร้อยตรี ตระกูล โทธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า ในนามของจังหวัดนราธิวาสรู้สึกเป็นเกียรติและขอต้อนรับนักกีฬาทั้งชาวไทยและชาวมาเลเซียเข้าสู่จังหวัดนราธิวาส โดยการจัดการเเข่งขันในครั้งนี้มีทีมจากประเทศมาเลเซียเข้าร่วมจำนวน ๘ ทีม มาจาก ๒ สหพันธรัฐ และ ๖ รัฐ ซึ่งได้แก่ สหพันธรัฐกัวลาลัมปอร์ สหพันธรัฐปุตราจายา รัฐยะโฮร์บารู กลันตัน ตรังกานู มะละกา เนเกอรีเซมบิลัม และเปรัค ในส่วนของประเทศไทย มีตัวเเทนเข้าร่วมจาก ๕ จังหวัดชายแดนใต้ ได้แก่ จังหวัดนราธิวาส ยะลา ปัตตานี สงขลา และสตูล
ภายในงานประกอบด้วยการแข่งขันกีฬา ๗ ประเภท ได้แก่ ฟุตบอล ทั่วไป ฟุตบอล All Star ไทย - มาเลเซีย มวยไทย เปตอง วอลเลย์บอล ปันจักสีลัต ยิงธนู กีฬาเซปักตะกร้อ กีฬาพื้นบ้านและวัฒนธรรมท้องถิ่น โดยกำหนดจัดขึ้น ระหว่างวันที่ ๑๓–๑๕ กันยายน ๒๕๖๘ ณ สนามกีฬามหาราช อำเภอสุไหงโก-ลก ถือเป็นเวทีสำคัญในการผลักดัน Soft Power ของประเทศไทย โดยใช้กีฬา ศิลปวัฒนธรรม และวิถีชีวิตชายแดนใต้เป็นเครื่องมือเชื่อมมิตรภาพ ระหว่าง ๒ ประเทศ ซึ่งจะส่งผลการพัฒนาในด้านเศรษฐกิจ สามารถกระตุ้นการท่องเที่ยว และสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในพื้นที่อีกด้วย