ซึ่งการพัฒนาโครงการ ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ(อีสาน) ครอบคลุมพื้นที่๑๐๓.๕ล้านไร่ หรือประมาณ๑ใน๓ ของประเทศ ประกอบด้วย๒๐ จังหวัด มีประชากร ๒๒.๐๑ ล้านคนมีลุ่มน้ำหลักที่สำคัญ๓ ลุ่มน้ำคือ ลุ่มน้ำโขงตะวันออกเฉียงเหนือ เนื่องจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ๒๐ จังหวัด มีพื้นที่ ๑๐๓.๕ ล้านไร่ หรือ ประมาณ ๑ ใน ๓ ของประเทศ มีลุ่มน้ำหลักที่สำคัญ ๓ ลุ่มน้ำ คือ ลุ่มน้ำโขงอีสาน ลุ่มน้ำชี และลุ่มน้ำมูล มีพื้นที่การเกษตรมากกว่า ๖๓.๘๕ ล้านไร่ ส่วนใหญ่อาศัยน้ำฝนเป็นหลัก เนื่องจากแหล่งกักเก็บน้ำต้นทุนมีน้อย เพราะเป็นพื้นที่เป็นที่ราบสูงและมีลักษณะแบนราบ การนำน้ำมาใช้ส่วนใหญ่ต้องใช้การสูบน้ำจากแม่น้ำลำคลองเป็นหลัก
นอกจากนี้ยังมีพื้นที่เสี่ยงด้านภัยแล้งรวมทั้งสิ้นประมาณ ๔๐.๗๐ ล้านไร่ มีการกระจายของฝนไม่สม่ำเสมอ ซึ่งปริมาณฝนตกมากริมแม่น้ำโขงแต่ไม่สามารถเก็บน้ำไว้ได้มาก ขณะที่ตอนกลางและตอนบนของลุ่มน้ำชี-มูล มีลักษณะภูมิประเทศที่มีศักยภาพเก็บน้ำได้แต่มีปริมาณฝนน้อย ส่วนต้นน้ำชีและมูลมีปัญหาฝนทิ้งช่วง มีระยะฝนทิ้งช่วงนานกว่าพื้นที่อื่น ประมาณ ๒๐ วัน ส่งผลให้การขาดน้ำของข้าวในช่วง ออกรวงอายุ ๖๐-๙๐ วัน ทำให้ผลผลิตข้าวลดลง เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เกษตรกรในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีรายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนค่อนข้างต่ำกว่าทุกภาค และต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศเกือบครึ่งหนึ่ง
ทั้งนี้จากเหตุผลดังกล่าวจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งต้องจัดหาน้ำจากภายนอกเข้ามาเพิ่มเป็น น้ำต้นทุนพร้อมระบบส่งน้ำ และเป็นการพัฒนาโครงการที่ยั่งยืน เพื่อให้เกษตรกรสามารถทำการเพาะปลูกได้ในช่วงฤดูแล้งอีก ๑ ฤดูกาล ช่วยเพิ่มผลผลิตและรายได้ของเกษตรกร เพื่อลดปัญหาการอพยพแรงงานเข้าไปหารายได้เพิ่มในพื้นที่เมืองใหญ่ ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร ให้มีชีวิตความเป็นอยู่สุขสบายมากขึ้น ได้อยู่กับครอบครัวพร้อมหน้าตลอดทั้งปี
สำหรับการพัฒนาโครงการศึกษาความเหมาะสมและประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม การบริหารจัดการน้ำ โขง เลย ชี มูล โดยแรงโน้มถ่วง ระยะที่ ๑ (ระบบส่งน้ำ) มีพื้นที่ชลประทานมากกว่า ๘๐,๐๐๐ ไร่ จึงเข้าข่ายต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดโครงการ กิจการ หรือดำเนินการ ซึ่งต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม และหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ในเบื้องต้นได้กำหนดพื้นที่ศักยภาพที่จะพัฒนาพื้นที่ชลประทาน ประมาณ ๑.๖๙ ล้านไร่ ครอบคลุมพื้นที่ ๖ จังหวัด ประกอบด้วย จ.หนองบัวลำภู จ.ขอนแก่น จ.กาฬสินธุ์ จ.มหาสารคาม จ.ชัยภูมิ และ จ.นครราชสีมา มีระยะเวลาดำเนินการศึกษา ๕๔๐ วัน โดยมีขอบเขตการศึกษาประกอบด้วย (๑) การศึกษาความเหมาะสมของโครงการ (๒) การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม และ (๓) การดำเนินงานประชาสัมพันธ์ มวลชนสัมพันธ์และการมีส่วนร่วมของประชาชน
ดังนั้นกรมชลประทานจึงได้จัดประชุมปัจฉิมนิเทศโครงการ ฯ เพื่อนำเสนอผลการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม มาตรการป้องกัน แก้ไขและการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม สำหรับนำไปใช้ประโยชน์และเป็นแนวทางปฏิบัติงานให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อไป ในระหว่างวันที่ ๑๒-๑๖ มกราคม ๒๕๖๙ จำนวน ๖ เวที
นายผดุงศักดิ์ อิ่มเอิบ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า โครงการนี้เป็นโครงการที่ดีของจังหวัดกาฬสินธุ์ โดยทางกรมชลประทานได้จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดกาฬสินธุ์ ตามโครงการส่งน้ำโขง เลย ชี มูล ซึ่งโครงการนี้เป็นโครงการที่ซึ่งรัฐบาลในอดีตได้มีการวางแผนโครงการนี้เอาไว้หลายสิบปีแล้ว
และช่วงนี้เป็นช่วงที่ศึกษา ประเมินผล การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และมาประชุมเพื่อให้พี่น้องประชาชนได้ร่วมกันแสดงความคิดเห็นถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้น รวมถึงข้อแนะนำในการพัฒนาในพื้นที่ของเรา ซึ่งในจังหวัดกาฬสินธุ์ของเราก็มีหลายอำเภอที่เป็นอำเภอเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็นอำเภอหนองกุงศรี ห้วยเม็ก ยางตลาด ฆ้องชัย ซึ่งเป็นอำเภอเป้าหมายของโครงการนี้ แน่นอนว่าโครงการนี้เป็นโครงการขนาดใหญ่จึงต้องรับฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชน ซึ่งความคิดเห็น เหล่านี้ จะได้ไปประกอบ
เพื่อพัฒนาให้เป็นไปตามความต้องการของพี่น้องประชาชน เมื่อโครงการนี้สำเร็จก็จะเป็นประโยชน์
กับพี่น้องประชาชน ในเรื่องการใช้น้ำการเกษตร การบริโภค ก็เลยอยากจะประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดกาฬสินธุ์ของเรา ได้รับทราบว่าในอนาคตอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้ ทางจังหวัดกาฬสินธุ์ของเรา ก็จะมีโครงการโขง เลย ชี มูล เป็นโครงการผันน้ำจากแม่น้ำโขง มายังจังหวัดกาฬสินธ์ของเราต่อไป
ข่าวทีวีนิวส์๒๔ กาฬสินธุ์
สมบูรณ์ นาสาทร ภาพข่าว
อนงค์ นาสาทร รายงาน



