วันนี้ (๑๖ ก.ย. ๖๘) นายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เป็นประธานในพิธีกิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ เนื่องในวันประมงแห่งชาติ ประจำปี ๒๕๖๘ เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงคุณค่าของทรัพยากรสัตว์น้ำ และมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ และฟื้นฟูสัตว์น้ำ โดยมีข้าราชการ เจ้าหน้าที่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นักเรียน นักศึกษา และพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ร่วมกันปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ ได้แก่ กุ้งกุลาดำ จำนวน ๓๐๐,๐๐๐ ตัว และปลากระบอกดำ จำนวน ๒,๐๐๐ ตัว ณ หาดทุ่งวัวแล่น ตำบลสะพลี อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร
นางสาวเกสศิณีย์ แท่นนิล ประมงจังหวัดชุมพร เปิดเผยว่า จากมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๕ มิถุนายน ๒๕๔๙ ได้กำหนดให้ วันที่ ๒๑ กันยายน ของทุกปี เป็นวันประมงแห่งชาติ โดยในวันดังกล่าว กรมประมงมีนโยบาย ที่จะอนุรักษ์และฟื้นฟูสัตว์น้ำให้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ อย่างยั่งยืน ทั้งนี้ เนื่องด้วยในปัจจุบันสัตว์น้ำตามแหล่งธรรมชาติ มีปริมาณลดลง ไม่ว่าจะเป็นห้วย หนอง คลอง บึง และในทะเล ซึ่งมาจากสาเหตุนานัปการ ไม่ว่าจะเป็นจากการทำประมงด้วยวิธีที่ผิดกฎหมาย การเพิ่มประชากรอย่างรวดเร็ว ความเจริญก้าวหน้าทางวิชาการ เทคโนโลยีสมัยใหม่ ที่ผลิตเครื่องมืออุปกรณ์ ที่มีประสิทธิภาพ ในการจับสัตว์น้ำ ตลอดจนการระบายของเสียและสารเคมีเป็นพิษ ทั้งจากอาคารบ้านเรือน และโรงงานอุตสาหกรรมลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ ทำให้เกิดการ สะสมของมลภาวะ ส่งผลกระทบต่อวงจรชีวิตสัตว์น้ำ ทำให้ปริมาณสัตว์น้ำลดลงเป็น จำนวนมาก
ดังนั้นเพื่อเป็นการทดแทนสัตว์น้ำ ที่ถูกจับขึ้นมาใช้ประโยชน์ในแต่ละวัน หรือปริมาณที่ถูกทำลายและลดลงในธรรมชาติ ตลอดจนเป็นการสนองนโยบายกรม ประมงที่จะอนุรักษ์และฟื้นฟูสัตว์น้ำ ให้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างยั่งยืน จังหวัดชุมพร จึงร่วมกับหน่วยงานกรมประมงในจังหวัดชุมพร บริษัท ปตท.สผ.เอเนอร์ยี่ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด องค์การบริหารส่วนตำบลสะพลี ร่วมกันจัดกิจกรรมปล่อยพันธุ์ สัตว์น้ำ ณ หาดทุ่งวัวแล่นแห่งนี้ เนื่องในวันประมงแห่งชาติ เพื่อรณรงค์ให้ ประชาชนตระหนักถึงคุณค่าของทรัพยากรสัตว์น้ำ และมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์และ ฟื้นฟูสัตว์น้ำ โดยขอความร่วมมือชาวประมง ให้หยุดทำการประมง ในวันที่ ๒๑ กันยายน ซึ่งเป็นวันประมงแห่งชาติ ๑ วัน และให้งดเว้นการทำประมงในช่วงฤดูสัตว์ น้ำมีไข่ วางไข่ เลี้ยงตัวอ่อน ไม่ใช้กระแสไฟฟ้า ไม่ใช้ยาเบื่อเมา และไม่ใช้วัตถุระเบิดทำ การประมง เพราะนอกจากจะผิดกฎหมายแล้ว ยังก่อให้เกิดการทำลายล้างเผ่าพันธุ์ และ แหล่งอาศัยของสัตว์น้ำด้วย.