เมื่อวันที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๖๘ เวลา ๒๒.๑๐ น. นายชาคริต ตันพิรุฬห์ นายอำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี ได้รับแจ้งจากสายข่าวว่าจะมีขบวนการลักลอบขนแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมาเข้ามาในพื้นที่อำเภอทองผาภูมิเป็นจำนวนมาก ด้วยการใช้รถยนต์ลำเลียงหลายคัน หลังจากได้รับแจ้งจึงรายให้ นายอธิสรรค์ อินทร์ตรา ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี นายวุฒิพงษ์ สุภัควนิช รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี และนายฑรัท เหลืองสอาด ปลัดจังหวัดกาญจนบุรี ทราบ จากนั้นจึงมอบหมายให้นายยงยุทธ แสวงสุข ปลัดอำเภอทองผาภูมิ นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครอง พร้อมสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนอำเภอทองผาภูมิ ออกตรวจตราลาดตะเวนไปตามถนนสาย ๓๒๓ ทองผาภูมิ-สังขละบุรี
จนกระทั่งพบรถยนต์ จำนวน ๔ คัน ดับไฟหน้าหลังจอดอยู่ที่ลาดจอดรถของวัดแห่งหนึ่งในพื้นที่บ้านอู่ล่อง หมู่ ๔ ต.ท่าขนุน อ.ทองผาภูมิ เจ้าหน้าที่สังเกตพบลักษณะคล้ายมีกลุ่มบุคคลกำลังทยอยขึ้นไปอยู่บนรถ เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังเข้าไปตรวจสอบ ระหว่างเจ้าหน้าที่ขับรถยนต์เข้าไปตรวจสอบ ปรากฏว่า ๑ ใน ๔ เป็นรถยนต์กระบะ ๔ ประตู ไม่ทราบยี่ห้อขับสวนทางออกมาจากลาดจอดรถอย่างรวดเร็วเกือบจะพุ่งชนรถยนต์ของเจ้าหน้าที่
โดยพบคนขับรถยนต์ ๓ คันที่จอดอยู่ด้านใน กระโดดขึ้นรถยนต์คันดังกล่าวหลบหนีไปด้วย ๒ คน และคนขับอีก ๑ คน ได้อาศัยความมืดวิ่งข้ามถนนหลบหนีเข้าไปในป่า เจ้าหน้าที่ได้พยายามไล่ติดตามแต่ไม่ทัน ขณะเดียวกันรถยนต์กระบะ ๔ ประตู ได้ปิดไฟขับหลบหนีไปทางด้านอำเภอเมืองกาญจนบุรี เจ้าหน้าที่จึงสื่อสารทางวิทยุให้เจ้าหน้าที่ทหารหน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า กองกำลังสุรสีห์ เจ้าหน้าที่ ตร.สภ.ทองผาภูมิ เจ้าหน้าที่ ตชด.๑๓๕ และ อส.อ.ทองผาภูมิ ประจำจุดตรวจร่วมสามแยกทองผาภูมิ ช่วยกันสกัดจับ แต่สุดท้ายรถยนต์คันดังกล่าวได้ขับรถหายไปก่อนที่จะถึงจุดตรวจ เจ้าหน้าที่ได้พยายามติดตามหา แต่ไม่พบเนื่องจากช่วงเวลาดังกล่าวเป็นเวลากลางคืนทำให้ยากต่อการติดตาม
สำหรับรถยนต์ที่จอดทิ้งไว้บริเวณลานจอดรถของวัด ประกอบไปด้วย ๑.รถยนต์เก๋งยี่ห้อ โตโยต้า รุ่น vios สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน กรุงเทพมหานคร พบแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมา นั่งแออัดอยู่ภายใน จำนวน ๑๐ ราย เป็นชาย ๓ ราย หญิง ๗ ราย
๒.รถยนต์กระบะติดแครี่บอย ยี่ห้อมิสซูบิชิ ไทรทันแคป สีดำ ทะเบียนกาญจนบุรี พบแรงงานชาวเมียนมา จำนวน ๒๔ ราย เป็นชาย ๑๖ ราย หญิง ๘ ราย
และ๓.รถยนต์แวนยี่ห้อโตโยต้า วิส สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียนกรุงเทพมหานคร พบแรงงานทั้งหมด จำนวน ๑๙ ราย เป็นชาย ๑๒ ราย หญิง ๗ ราย
รวมทั้งสิ้น ๕๓ ราย ซึ่ง ๑ ใน ๕๓ ราย มีเด็กอายุ ๒ ขวบ ที่พ่อแม่นำพาหลบหนีมาด้วย จำนวน ๑ ราย
จากการตรวจสอบปรากฏว่ากลุ่มแรงงานไม่มีเอกสารการได้รับอนุญาตให้เข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรไทย มาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ แต่แรงงานบางรายสามารถสื่อสารภาษาไทยได้ พร้อมกับให้การกับเจ้าหน้าที่ว่า พวกตนมาจากหลายเมืองของประเทศเมียนมา โดยเดินทางมารวมตัวกันที่อำเภอพญาตองซู จากนั้นมีผู้ชำนาญเส้นทางซึ่งเป็นชาวเมียนมาด้วยกันนำพาเดินลัดเลาะหลบหนีข้ามชายแดนเข้ามาในประเทศไทยบริเวณช่องทางบ้านบ่อญี่ปุ่น ต่อมาไปลงเรือแล้วมาขึ้นฝั่งในพื้นที่อำเภอสังขละบุรี เช่นกัน เมื่อขึ้นฝั่งมาได้จึงได้ทยอยกันขึ้นไปหลบซ่อนตัวอยู่บนรถยนต์ที่มารอรับ ทั้ง ๔ คัน และจำนำพาไปส่งที่จุดพักคอยในเขตอำเภอเมืองกาญจนบุรี เมื่อไปถึงจะมีคนนำรถมารับอีกทอดหนึ่งเพื่อนำพาเดินทางไปทำงานพื้นที่จังหวัดชั้นใน เมื่อแต่ละคนไปถึงสถานที่ทำงานในแต่ละจังหวัดจะต้องจ่ายค่าเดินทางให้กับนายหน้าคนละ ๑๕,๐๐๐-๒๐,๐๐๐ บาท ขึ้นอยู่กับระยะทางของแต่ละคน
หลังจากผู้ต้องหาให้การยอมรับสารภาพเจ้าหน้าที่จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ทองผาภูมิ ดำเนินคดี ในข้อกล่าวหา เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนรถยนต์ทั้ง ๓ คัน เจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดเอาไว้เป็นของกลางและจะได้ตรวจสอบทะเบียนเพื่อติดตามตัวผู้ครอบครองรถยนต์ทั้ง ๓ คัน มาสอบปากคำในภายหลัง
สวท.สังขละบุรี /รายงาน