ศอ.บต.ชู ธรรมนูญหมู่บ้าน ฟื้นฟูเยาวชนชายแดนใต้ สกัดภัย กระท่อม-บุหรี่ไฟฟ้า หลังพบเข้าถึงง่ายและเป็นภัยเงียบ
นายนันทพงศ์ สุวรรณรัตน์ รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เป็นประธานเปิดกิจกรรม เสริมสร้างพลังการศึกษาผ่านกลไกธรรมนูญหมู่บ้าน ต้านภัยยาเสพติด ณ โรงแรมบีพี แกรนด์ ทาวเวอร์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยมีกลุ่มเป้าหมายประกอบด้วยผู้บริหารโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม หัวหน้าฝ่ายกิจการนักเรียน หรือครูผู้รับผิดชอบงานป้องกันปัญหายาเสพติด ในโรงเรียน ในพื้นที่จังหวัดยะลา ปัตตานี นราธิวาส สตูล และ ๔ อำเภอ ของจังหวัดสงขลา จำนวน ๑๒๐ คน เพื่อร่วมกันหาแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในสถานศึกษา และมีนายขดดะรี บินเซ็น ประธานสภาที่ปรึกษาและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ นายอิบรอเหม เบ็ญนา ผู้อำนวยการสำนักงานเลขานุการ ผอ.กสม. ศอ.บต.บุคลากรทางการศึกษาเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้
รองเลขาธิการ ศอ.บต. กล่าวว่า เยาวชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้เป็นกลุ่มเปราะบาง เนื่องจากสภาพสังคมและเศรษฐกิจที่มีข้อจำกัด ทำให้โรงเรียนและครอบครัวมีบทบาทสำคัญในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยเฉพาะโรงเรียนที่ต้องทำหน้าที่เป็น พื้นที่ปลอดภัย และเป็นกลไกหลักในการสร้างภูมิคุ้มกันทางความคิดและพฤติกรรม
ดังนั้น กิจกรรมในวันนี้ จึงมุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพบุคลากรทางการศึกษา ทั้งผู้บริหารและครูในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามในจังหวัดยะลา ปัตตานี นราธิวาส สตูล และ ๔ อำเภอของจังหวัดสงขลา เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจและทักษะที่จำเป็นในการออกแบบมาตรการและกิจกรรมเชิงรุก เพื่อสร้างโรงเรียนปลอดยาเสพติดได้อย่างเหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่ โดยทุกโรงเรียนที่เข้าร่วมจะมีแผนปฏิบัติการที่ชัดเจนเพื่อนำไปใช้และเกิดเครือข่ายความร่วมมือระหว่างกันในอนาคต
ด้าน นายอิบรอเหม เบ็ญนา ผู้อำนวยการสำนักงานเลขานุการ ผอ.กสม. ศอ.บต. กล่าวว่า ปัญหายาเสพติดนับเป็นภัยคุกคามสำคัญต่อความมั่นคงของชาติ โดยเฉพาะในจังหวัดชายแดนใต้ที่มีบริบททางสังคมและวัฒนธรรมแตกต่างจากภูมิภาคอื่น การแพร่ระบาดจึงมีความซับซ้อนและทวีความรุนแรงขึ้นตามกระแสการเปลี่ยนแปลงของสังคม ไม่ว่าจะเป็นการลักลอบนำเข้าจากชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน การปลดล็อกพืชกระท่อม และการแพร่หลายของบุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มเยาวชน
นายอิบรอเหม ชี้ให้เห็นว่า แม้การบริโภคพืชกระท่อมจะไม่ผิดกฎหมาย แต่ปัจจุบันพบว่ามีการนำมาใช้ในลักษณะที่ผิดวัตถุประสงค์ ทำให้เยาวชนเข้าถึงได้ง่ายและขาดความตระหนักในพิษภัยที่แท้จริง ซึ่งเสี่ยงต่อการก้าวไปสู่การใช้ยาเสพติดชนิดอื่น นอกจากนี้ การใช้บุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มเยาวชนยังมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง อันเป็นผลจากการโฆษณาแฝงทางสื่อออนไลน์และการจำหน่ายอย่างผิดกฎหมาย