นายแพทย์สมบัติ สธนเสาวภาคย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลตรัง เปิดเผยว่า งานป้องกันควบคุมโรคและระบาดวิทยาโรงพยาบาลตรังร่วมกับงานป้องกันควบคุมโรคเทศบาลนครตรัง และอสม.ชุมชนท้ายพรุ จำนวน ๑๘ คน จัดกิจกรรมรณรงค์ป้องกันโรคไข้เลือดออกในชุมชนท้ายพรุ โดยการสำรวจลูกน้ำยุงลาย ทำลายแหล่งเพาะพันธ์ยุงลาย จำนวน ๑๖๗ ภาชนะ พบลูกน้ำยุงลายจำนวน ๒๔ ภาชนะ ค่าร้อยละของภาชนะที่พบลูกน้ำยุงลาย (CI) เท่ากับ ๑๔.๓๗
อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนสังเกตอาการป่วยของตนเองและบุคคลในครอบครัว หากพบมีไข้สูงเฉียบพลัน และสูงลอยมากกว่า ๒ วัน ให้สงสัยว่าอาจเป็นโรคไข้เลือดออก ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยทันที และห้ามซื้อยากินเอง โดยเฉพาะยาในกลุ่ม NSAIDs เช่น ไอบูโพรเฟน ไดโครฟิแนค แอสไพริน รวมถึงยาชุดแก้ปวด ซึ่งมีผลทำให้เลือดออกในช่องทางเดินอาหารและยากต่อการรักษา เสี่ยงต่อการเสียชีวิต พร้อมทั้งป้องกันตนเองและบุคคลในครอบครัวจากการถูกยุงกัด เช่น ทายากันยุงหรือนอนในมุ้ง กำจัดแหล่งวางไข่ยุงลายภายในบ้านและบริเวณรอบๆ บ้าน โดยขอให้ยึดหลัก ๓ เก็บ ป้องกัน ๓ โรค ได้แก่ เก็บบ้านให้สะอาด เป็นระเบียบไม่ให้มีมุมอับทึบเป็นที่เกาะพักของยุง เก็บน้ำ โดยปิดฝาภาชนะที่ใส่น้ำให้มิดชิด เปลี่ยนน้ำทุกสัปดาห์พร้อมทั้งขัดขอบภาชนะเพื่อกำจัดไข่ยุงลาย และเก็บขยะ บริเวณรอบบ้าน พร้อมทั้งปรับปรุงสภาพแวดล้อมไม่ให้เป็นแหล่งวางไข่ยุงลาย ซึ่งทั้งหมดนี้จะสามารถป้องกันโรคติดต่อนำโดยยุงลายได้ทั้ง ๓ โรค คือ โรคไข้เลือดออก โรคติดเชื้อไวรัสซิกา และโรคไข้ปวดข้อยุงลาย