สทนช. วางแผนบริหารจัดการน้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยารับมือน้ำหลากจากตอนบนของประเทศและฝนที่จะตกเพิ่มขึ้น ด้วยการปรับเพิ่มการระบายน้ำของเขื่อนสิริกิติ์และเขื่อนเจ้าพระยาให้สอดคล้องกับสถานการณ์

เผยแพร่เมื่อ ๐๑/๐๙/๒๐๒๕ ๑๐:๑๐

สทนช. วางแผนบริหารจัดการน้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยารับมือน้ำหลากจากตอนบนของประเทศและฝนที่จะตกเพิ่มขึ้น ด้วยการปรับเพิ่มการระบายน้ำของเขื่อนสิริกิติ์และเขื่อนเจ้าพระยาให้สอดคล้องกับสถานการณ์

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) วางแผนบริหารจัดการน้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยารับมือน้ำหลากจากตอนบนของประเทศและฝนที่จะตกเพิ่มขึ้น ด้วยการปรับเพิ่มการระบายน้ำของเขื่อนสิริกิติ์และเขื่อนเจ้าพระยาให้สอดคล้องกับสถานการณ์
นายสุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวถึงสถานการณ์น้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาว่า สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) และหน่วยงานด้านทรัพยากรน้ำ ได้ร่วมกันวางแผนบริหารจัดการน้ำรับมือสถานการณ์น้ำหลากอย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากขณะนี้พื้นที่ตอนบนของประเทศ โดยเฉพาะลุ่มน้ำยม - น่าน มีปริมาณน้ำมากจากอิทธิพลของพายุช่วงที่ผ่านมา รวมถึง พายุ หนองฟ้า ที่อ่อนกำลังลงกลายเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงเข้าปกคลุมประเทศไทย ส่งผลให้มีฝนตกหนักและตกต่อเนื่องในหลายพื้นที่ของภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จึงจำเป็นต้องเร่งระบายน้ำเพื่อคลี่คลายสถานการณ์ ขณะที่เขื่อนขนาดใหญ่บริเวณตอนบนของประเทศ เช่น เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนภูมิพล ยังคงมีน้ำไหลเข้าต่อเนื่อง โดยเฉพาะเขื่อนสิริกิติ์ มีปริมาณน้ำมากถึงร้อยละ ๘๕ ของความจุเก็บกัก จำเป็นต้องเพิ่มการระบายน้ำเป็น ๕๐ ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน เพื่อป้องกันความเสี่ยงน้ำล้นและรักษาความมั่นคงของเขื่อน โดยให้พิจารณาปรับเพิ่มหรือลดการระบายน้ำให้สอดคล้องกับปริมาณฝนตกบริเวณท้ายเขื่อน เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบน้ำท่วม ซึ่งปริมาณน้ำจากพื้นที่ตอนบนกำลังทยอยเคลื่อนตัวลงมาสู่พื้นที่ตอนล่างและไหลมารวมกันบริเวณหน้าเขื่อนเจ้าพระยา




เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ย้ำว่า ยังได้คาดการณ์ช่วงสัปดาห์ที่ ๒ ของเดือนกันยายน ร่องมรสุมจะเลื่อนต่ำลงมาพาดผ่านภาคกลาง ทำให้มีฝนตกเพิ่มมากขึ้น ทำให้ต้องปรับเพิ่มการระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยาช่วง ๑ - ๒ สัปดาห์นี้เป็นไม่เกิน ๑,๕๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อให้มีพื้นที่ว่างรองรับปริมาณน้ำชุดใหม่ รวมทั้ง ลดความเสี่ยงที่จะต้องระบายน้ำปริมาณมากช่วงที่มีฝนตกหนักและน้ำทะเลหนุนสูง เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนให้ได้มากที่สุด ทั้งนี้ การระบายน้ำในอัตราดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อบางพื้นที่ของจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและปทุมธานี จึงได้กำชับให้กรมชลประทานประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบต่อเนื่อง ขณะที่ สทนช. จะร่วมกับกรมชลประทาน ติดตามสถานการณ์ฝนทั้งด้านเหนือเขื่อนและท้ายเขื่อนแบบเรียลไทม์ เพื่อปรับการระบายน้ำให้เหมาะสมและจะจัดตั้งศูนย์บริหารจัดการน้ำส่วนหน้า (ชั่วคราว) ในพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยภาคกลางทำหน้าที่แก้ไขสถานการณ์น้ำหลากและอุทกภัยในพื้นที่ให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว ซึ่งทุกหน่วยงานจะบูรณาการร่วมกันบริหารจัดการน้ำแบบกลุ่มลุ่มน้ำเจ้าพระยา ประกอบด้วย ลุ่มน้ำปิง วัง ยม น่าน สะแกกรัง ป่าสัก ท่าจีน และเจ้าพระยา เพื่อให้สามารถจัดการปริมาณน้ำได้อย่างสอดคล้องและสัมพันธ์กันในภาพรวมทั้งหมด


รูปภาพ