เจ้าหน้าที่ตำรวจ หน่วยเฉพาะกิจทหาร และฝ่ายปกครอง ร่วมปฏิบัติการเชิงรุก จับกุมผู้ต้องหาสัญชาติมาเลเซียพร้อมอาวุธสงคราม กระสุนปืน และซองกระสุน เตรียมลักลอบออกนอกประเทศ
วันที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๖๘ เวลา ๑๓.๐๐ น. ภายใต้การอำนวยการของนายโชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา นางสาวณัฐกานต์ สายน้อย นายอำเภอสะเดา พร้อมด้วยหน่วยงานความมั่นคงหลายฝ่าย อาทิ กลุ่มงานความมั่นคงอำเภอสะเดา สถานีตำรวจภูธรสะเดา หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ ๕ และ ร้อย ร.๕๐๒๑ ร่วมกันแถลงข่าวผลการปฏิบัติการเชิงรุก สกัดกั้นการลักลอบขนอาวุธสงครามข้ามชาติ หลังสามารถจับกุมผู้ต้องหาสัญชาติมาเลเซียได้พร้อมของกลางจำนวนมาก
. เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ ๓๐ สิงหาคม ๒๕๖๘ เวลา ๑๗.๓๕ น. ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สะเดา ตั้งจุดตรวจสกัดแบบ Pop-up บนถนนกาญจนวนิช สายสะเดา–ด่านนอก บริเวณหน้าป้อมสายตรวจบ้านด่านนอก หมู่ ๗ ตำบลสำนักขาม ได้ตรวจพบรถยนต์ KIA OPTIMA TF ๒.๐ สีขาว ทะเบียน PPM๕๔๔๔ (ประเทศมาเลเซีย) มีพิรุธจึงขอเข้าตรวจค้น พบอาวุธสงครามและกระสุนปืนจำนวนมากซุกซ่อนอยู่ภายในรถ ประกอบด้วย ปืนสงครามแยกชิ้นส่วน ๒ กระบอก กระสุนขนาด ๕.๕๖ มม. ๓๐๐ นัด กระสุนขนาด .๔๕ นิ้ว ๑๐๐ นัด กระสุนขนาด ๙ มม. ๕๐ นัด ซองกระสุนปืนขนาด ๕.๕๖ มม. จำนวน ๗ ซอง รวมทั้งรถยนต์คันดังกล่าว โดยมีผู้ต้องหาชายชาวมาเลเซีย อายุ ๔๒ ปี อยู่ในที่เกิดเหตุ
. จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหารับสารภาพว่าได้รับการว่าจ้างจากชาวมาเลเซียในรัฐปีนัง ให้ลักลอบขนอาวุธออกนอกประเทศ โดยมีค่าจ้าง ๑๐,๐๐๐ ริงกิตมาเลเซีย แต่ถูกเจ้าหน้าที่สกัดจับได้ก่อน เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจยึดของกลางทั้งหมด และควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีในข้อหา มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตได้ไว้ในครอบครอง เสพยาเสพติดให้โทษประเภท ๑ (เมทแอมเฟตามีน) และขับขี่รถในขณะเสพยาเสพติดให้โทษประเภท ๑ พร้อมจัดทำบันทึกภาพและแผนที่ประกอบสำนวนคดีเรียบร้อย
. การจับกุมครั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จของการบูรณาการทุกภาคส่วนในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ สร้างความมั่นคงและความปลอดภัยให้กับประชาชนทั้งสองฝั่งชายแดน