ถอดบทเรียน ๔ ปี พ ร บ ยาเสพติดฉบับใหม่ ทวี ชี้เดินมาถูกทาง แต่ยังต้องอุดช่องโหว่สารตั้งต้นข้ามแดน

เผยแพร่เมื่อ ๑๓/๐๙/๒๐๒๕ ๑๑:๔๒

ถอดบทเรียน ๔ ปี พ ร บ ยาเสพติดฉบับใหม่ ทวี ชี้เดินมาถูกทาง แต่ยังต้องอุดช่องโหว่สารตั้งต้นข้ามแดน

ถอดบทเรียน ๔ ปี พ.ร.บ.ยาเสพติดฉบับใหม่ ทวี ชี้เดินมาถูกทาง แต่ยังต้องอุดช่องโหว่สารตั้งต้นข้ามแดน

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงผลการบังคับใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติดฉบับใหม่ที่เดินทางมาถึงปีที่ ๔ ว่า เราเดินมาถูกทางแล้ว เนื่องจากกฎหมายมีความยืดหยุ่นเพียงพอที่จะรับมือกับปัญหายาเสพติดในทุกมิติ โดยเฉพาะในระดับระหว่างประเทศ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมกล่าวว่า ป.ป.ส. ได้ยกระดับการทำงานสู่ระดับสากล ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การทำแผนในประเทศ แต่ยังมีการส่ง ทูตยาเสพติด ประจำการในประเทศที่มีปัญหา เช่น พม่า ลาว และจีน เพื่อร่วมแก้ไขปัญหาอย่างใกล้ชิด

อย่างไรก็ตาม พ.ต.อ.ทวี ชี้ให้เห็นว่าการแก้ไขด้วยการจับกุมอย่างเดียวเป็นเพียงปลายทาง เนื่องจากขบวนการผลิตยาเสพติดมีกำไรมหาศาล และมีความเสี่ยงต่ำสำหรับผู้ผลิตและผู้ส่งออก โดยยกตัวอย่าง ไอซ์ ที่มีราคาในประเทศไทย ๓๐๐,๐๐๐ บาท แต่หากส่งไปถึงออสเตรเลียจะมีมูลค่าสูงถึง ๓๐ ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นถึง ๓๐๐ เท่า

ปัญหาใหญ่คือดีมานด์และความเสี่ยง พ.ต.อ.ทวี กล่าวพร้อมระบุว่ามาตรการที่ต้องเร่งทำคือการ สกัดกั้นสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสินค้าผ่านแดนไทย โดยเฉพาะบริเวณ อ.แม่สอด ที่มีท่าขนส่งไม่เป็นทางการมากถึง ๕๙ ท่า ซึ่งหากสามารถหยุดยั้งจุดนี้ได้ จะทำให้การผลิตยาเสพติดลดลงอย่างมหาศาล

นอกจากนี้ การแก้ปัญหายาเสพติดต้องเน้นการจับกุมนักค้ารายสำคัญ โดยใช้ตัวชี้วัดคือการ ติดตามคดีฟอกเงิน และรื้อฟื้นคดีเก่าเพื่อสืบสวนหาผู้ผลิตตัวจริง เพราะผู้ที่ถูกจับกุมส่วนใหญ่เป็นเพียงผู้ลำเลียงหรือผู้รับจ้างขน ซึ่งได้รับโทษรุนแรงไม่ต่างจากนักค้าหลัก

พ.ต.อ.ทวี สรุปว่า ป.ป.ส. ได้ทำหน้าที่ในบทบาทของหน่วยงานแกนกลางและระดับสากลได้ดีแล้ว แต่การแก้ไขปัญหาต้องดำเนินการอย่างรอบด้านเพื่อหยุดวงจรยาเสพติดให้ได้อย่างแท้จริง