โรงเรียนจงรักสัตวปัตตานี ร่วมขับเคลื่อนปฏิบัติการ ๑๒๐ วันต้านพืชกระท่อม ใช้ศาสนากีฬากิจกรรมสร้างภูมิคุ้มกันเยาวชน
โรงเรียนจงรักสัตวปัตตานี อ.เมือง จ.ปัตตานี ซึ่งเป็นโรงเรียนสอนศาสนาครอบคลุมตั้งแต่ระดับอนุบาลถึงมัธยมศึกษา ได้ประกาศขานรับนโยบาย ปฏิบัติการ ๑๒๐ วันต้านพืชกระท่อมใช้ในทางที่ผิด ตามที่ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมที่ได้มอบหมายไว้
โดยโรงเรียนได้เน้นการใช้หลักศาสนาในการขัดเกลาจิตใจเด็กและเยาวชนให้ห่างไกลจากยาเสพติด ควบคู่กับการจัดกิจกรรมสร้างสรรค์เพื่อให้เด็กใช้เวลาว่างไปในทางที่เป็นประโยชน์
โรงเรียนได้วางมาตรการเชิงรุก ทั้งในห้องเรียนและนอกห้องเรียน โดยครูผู้สอนจะใช้เวลา ๑–๒ นาที ก่อนเริ่มการเรียนการสอนทุกคาบ แทรกเนื้อหาเกี่ยวกับโทษและภัยของยาเสพติด เช่น บุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า โดยเฉพาะน้ำกระท่อมที่ยังคงเป็นที่นิยมในกลุ่มเยาวชน เพื่อสร้างความเข้าใจและปรับทัศนคติให้กับนักเรียน
นอกจากนี้ โรงเรียนยังจัดให้มีกิจกรรมกีฬาในเวลาว่าง เช่น การแข่งขันฟุตบอลและวอลเลย์บอลระหว่างห้องเรียน เพื่อให้นักเรียนได้ใช้พลังงานไปกับสิ่งที่เป็นประโยชน์ ลดโอกาสการเข้าไปเกี่ยวข้องกับสิ่งเสพติด ขณะเดียวกันยังมีการอบรมให้ความรู้ และเชิญเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือเรียกว่าครูแด เข้ามาสั่งสอนและให้คำแนะนำแก่เด็กๆ ทุกวันศุกร์
อีกหนึ่งมาตรการสำคัญคือ การสื่อสารกับผู้ปกครองอย่างใกล้ชิด โดยโรงเรียนได้ส่งข้อความผ่านแอปไลน์ เพื่อย้ำเตือนและขอความร่วมมือในการดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะหลังเลิกเรียน เนื่องจากกังวลว่าเด็กบางคนอาจคบเพื่อนที่ไม่เหมาะสมและเสี่ยงต่อการเข้าไปอยู่ในวงจรยาเสพติด
ทางโรงเรียนย้ำว่า การต่อสู้กับปัญหายาเสพติดในกลุ่มเยาวชนไม่สามารถพึ่งโรงเรียนฝ่ายเดียวได้ แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งครู ผู้ปกครอง ชุมชน และเจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อสร้างเกราะป้องกันที่แข็งแรงให้กับเยาวชนในพื้นที่จ.ปัตตานีต่อไป
นายแวอัดนาน แวดือเระ ผู้อำนวยการโรงเรียนจงรักสัตย์วิทยา เปิดเผยว่า ในปัจจุบันกระท่อมได้กลายเป็นสิ่งที่แพร่หลาย จนแทบไม่ต่างจากยาเสพติด ทั้งที่ความจริงในอดีต ใบกระท่อมถูกใช้เพื่อเคี้ยวแก้ง่วงนอน ถือเป็นเรื่องปกติ แต่เมื่อกาลเวลาผ่านไป กระท่อมกลับถูกนำมาใช้ผิดวิธี ทำให้เกิดอาการมึนเมา และสร้างโทษต่อตัวเองซึ่งโรงเรียนได้ให้ความสำคัญกับการป้องกัน
โดยมีการพูดคุยกับครูอย่างต่อเนื่อง ทั้งเรื่องบุหรี่ไฟฟ้าและกระท่อม เพื่อให้ช่วยกันสื่อสารกับนักเรียน บางครั้งเด็กอาจอยากลองสิ่งใหม่ ๆ แต่เราในฐานะผู้ใหญ่ต้องชี้นำและห้ามปรามไม่ให้เขาเดินไปในทางที่ผิด ซึ่งวัยรุ่นมักอยากลองสิ่งที่ไม่ดี ดังนั้นเราควรสอนและปลูกฝังให้เขาเลือกสิ่งที่ดี ทุกสิ่งที่ทำให้มึนเมา ไม่ว่าจะเป็นกัญชา หรือกระท่อม ถึงแม้กฎหมายจะเปิดเสรี แต่ตามหลักศาสนาอิสลามถือว่าเป็นสิ่งฮารอม หากทำให้เสียสติ ไม่ว่ามากหรือน้อย ก็ถือว่าผิด
นายแวอัดนาน เปิดเผยอีกว่า โรงเรียนได้ย้ำกับครูทุกคนให้ใช้เวลาอย่างน้อย ๑–๒ นาทีในแต่ละคาบเรียน เพื่อสอดแทรกเรื่องโทษภัยของยาเสพติดให้เด็กได้ตระหนัก นอกจากนี้ยังมี ครูแดร์ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ มาบรรยายให้นักเรียนฟังทุกวันศุกร์ รวมถึงมีการสื่อสารกับผู้ปกครองผ่านไลน์ เพื่อให้ช่วยดูแลบุตรหลานร่วมกับโรงเรียน
นายแวอัดนาน เผยทิ้งท้ายว่า เร็ว ๆ นี้โรงเรียนจะจัดการแข่งขันกีฬาสี ซึ่งเราจะรณรงค์ควบคู่เรื่องการต้านยาเสพติดด้วย ที่สำคัญ โรงเรียนพยายามไม่ให้เด็กมีเวลาว่าง ช่วงพักเที่ยงนอกจากรับประทานอาหารและอาบน้ำละหมาดแล้ว เรายังจัดกิจกรรมฟุตบอลเพื่อใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ก็ขอฝากข้อคิด ถึงผู้ปกครองและชุมชนว่า เราไม่ควรปกปิดหรือซ่อนเร้น หากลูกหลานไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด อย่าปล่อยไว้เพราะกลัวเสียชื่อเสียง แต่ควรบอกและหาทางแก้ไข ถ้าเราปล่อยไว้เท่ากับว่าเรากำลังฆ่าลูกหลานของเราโดยทางอ้อม ซึ่งนี่คือสิ่งที่เราไม่อยากให้เกิดขึ้นในพื้นที่