จังหวัดยะลาเร่งรับมืออุทกภัยในตำบลพร่อน จัดเต็มแผนป้องกันและช่วยเหลือ

เผยแพร่เมื่อ ๑๓/๐๙/๒๐๒๕ ๐๘:๒๑

จังหวัดยะลาเร่งรับมืออุทกภัยในตำบลพร่อน จัดเต็มแผนป้องกันและช่วยเหลือ

วันที่ ๑๑ กันยายน ๒๕๖๘ นายมูฮัมมัด ศานติภิมุข รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ระดมหน่วยงานภาครัฐและชาวบ้านในพื้นี่ตำบลพร่อน อำเภอเมืองยะลา เพื่อเตรียมพร้อมรับมือฤดูฝนอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมซ้ำซาก ที่ทุกภาคส่วนระดมกำลังวางแผนป้องกันและช่วยเหลือประชาชนอย่างเป็นระบบ

รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา กล่าวว่าการประชุมที่องค์การบริหารส่วนตำบลพร่อนไม่ได้มีเพียงเจ้าหน้าที่ภาครัฐ แต่ยังเปิดเวทีให้ชาวบ้านได้ร่วมแสดงความคิดเห็น ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการวางแผนรับมืออุทกภัย โดยเฉพาะเรื่อง การแจ้งเตือนภัย ที่มีข้อเสนอให้ใช้ช่องทางที่เข้าถึงง่ายและรวดเร็ว เช่น การแจ้งผ่านผู้นำชุมชน กลุ่มไลน์หมู่บ้าน และหอกระจายข่าว เพื่อให้ประชาชนเตรียมตัวอพยพได้ทันท่วงที

ในการระดมความคิด และร่วมวิเคราะห์ความเสียหายจากเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งที่ ๒๕๖๗ ผ่านมา พบว่าตำบลพร่อนได้รับผลกระทบอย่างหนัก ทั้งบ้านเรือน ทรัพย์สิน และพื้นที่ทางการเกษตรเสียหายจำนวนมาก โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มต่ำที่น้ำท่วมขังเป็นเวลานาน ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญที่ถูกนำมาใช้ในการวางแผนรับมือปีนี้ เพื่อลดความสูญเสียให้ได้มากที่สุด

ทั้งนี้ ที่ประชุมดังกล่าวได้ลำดับความสำคัญและจุดพักพิงที่พร้อมทุกมิติ โดยได้วางแผนการอพยพอย่างเป็นระบบ ซึ่งให้ความสำคัญกับ กลุ่มเปราะบาง เป็นอันดับแรก ไม่ว่าจะเป็นผู้สูงอายุ เด็ก และผู้ป่วยติดเตียง ที่จะต้องได้รับการอพยพไปยัง ศูนย์พักพิง ที่จัดเตรียมไว้ มีรองรับได้อย่างเต็มที่ทั้งอาหาร น้ำดื่ม เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค และสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต

นอกจากแผนการอพยพแล้ว ยังมีการเตรียมความพร้อมด้านอุปกรณ์ช่วยเหลือ เช่น เรือท้องแบน เสื้อชูชีพ และเครื่องยังชีพฉุกเฉินต่างๆ ให้พร้อมใช้งานทันทีที่เกิดเหตุ โดยทีมงานเจ้าหน้าที่จากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะทำงานร่วมกันตลอด ๒๔ ชั่วโมง เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและครอบคลุมทุกพื้นที่

การเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัยในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความใส่ใจของจังหวัดยะลาในการป้องกันและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน โดยการนำบทเรียนในอดีตมาวางแผนอย่างเป็นระบบ พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากชาวบ้านเพื่อนำไปปรับใช้จริง ซึ่งนับเป็นมิติใหม่ของการรับมือภัยพิบัติที่เน้นความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงสามารถผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้อย่างปลอดภัยและลดความสูญเสียให้น้อยที่สุด