รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท ลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานการณ์น้ำ เพื่อเตรียมความพร้อมในพื้นที่ต่าง ๆ ของหวัดชัยนาท

เผยแพร่เมื่อ ๑๒/๐๙/๒๐๒๕ ๑๖:๑๗

รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท ลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานการณ์น้ำ เพื่อเตรียมความพร้อมในพื้นที่ต่าง ๆ ของหวัดชัยนาท

รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท ลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานการณ์น้ำ เพื่อเตรียมความพร้อมในพื้นที่ต่าง ๆ ของหวัดชัยนาท

วันนี้ ๑๒ กันยายน ๒๕๖๘ นายวิทยา ชพานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท ลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานการณ์น้ำ เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือในพื้นที่เสี่ยงของจังหวัดชัยนาท ประกอบด้วย พื้นที่หมู่ ที่ ๓-๔ ตำบลธรรมามูล อำเภอเมืองชัยนาท, หมู่ที่ ๔ ตำบลตลุก และหมู่ที่ ๕ ตำบลโพนางดำออก ของอำเภอสรรพยา

สำหรับพื้นที่ หมู่ที่ ๔ ตำบลธรรมามูล อำเภอเมืองชัยนาท นายสมชัย เชื้ออภัย กำนันตำบลธรรมามูล เปิดเผยว่า น้ำเอ่อล้นตลิ่งเมื่อตั้งแต่วันที่ ๑๐ กันยายน ที่ผ่านมา ซึ่งระดับน้ำเพิ่มขึ้นเข้าท่วมพื้นที่บางส่วนของหมู่ที่ ๔ ตำบลธรรมามูล และบ้านเรือน ๑๔ หลัง พืชสวนได้รับผลกระทบ กว่า ๑,๐๐๐ ไร่ ทางเทศบาล และผู้นำชุมชน พร้อมด้วยประชาชน ได้นำรถแบคโฮเสริมคันดิน และเสริมกระสอบทราย อย่างเร่งด่วน นอกจากนี้ ทางเทศบาลตำบลธรรมามูล ได้มีการเปิดศูนย์ประสานงานช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ในพื้นที่เทศบาลตำบลธรรมมูล เพื่อช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่แล้ว ในเวลาต่อมารองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท เดินทางไปยัง หมู่ที่ ๔ ตำบลตลุก อำเภอสรรพยา พบว่าระดับน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาเริ่มสูงขึ้น และเข้าพื้นที่บางส่วน และบ้านของประชาชนแล้ว จำนวน ๑ หลังคาเรือน พร้อมเน้นย้ำผู้ใหญ่บ้าน เร่งสำรวจ พร้อมช่วยเหลือต่อไป และนอกจากนี้เดินทางไปยังหมู่ที่ ๕ ตำบลโพนางดำออก อำเภอสรรพยา ตรวจติดตามการเสริมคันดินริมตลิ่งแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งทางเทศบาลตำบลโพนางดำออก ดำเนินการอย่างเร่งด่วนพร้อมติดตั้งเครื่องสูบน้ำ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน ในพื้นที่

ซึ่งสถานการณ์น้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยายังคงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ทางกรมชลประทาน ได้มีการปรับเพิ่มการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยามาอยู่ในอัตรา ๒,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จึงส่งผลทำให้ปริมาณน้ำทางด้านท้ายเขื่อนเจ้าพระยาขยับสูงขึ้น

โดยล่าสุด ที่บริเวณ สถานีวัดน้ำ C.๒ อ.เมือง จ.นครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่านอยู่ที่ ๒,๑๔๙ ๒,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ที่เขื่อนเจ้าพระยา อ.สรรพยา จ.ชัยนาท มีปริมาณน้ำทางด้านเหนือเขื่อนอยู่ที่ ๑๗.๑๑ เมตร/รทก. มีปริมาณน้ำทางด้านท้ายเขื่อนอยู่ที่ ๑๔.๖๘ เมตร ซึ่งระดับน้ำห่างจากตลิ่งอยู่ที่ ๑.๖๖ เมตร และเขื่อนเจ้าพระยามีอัตราการระบายน้ำผ่านเขื่อนอยู่ที่ ๒,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที นอกจากนี้ ทางกรมชลประทาน ได้มีการผันน้ำเข้าสู่ระบบชลประทานทั้ง ๒ ฝั่งของลำน้ำ ในอัตรารวมกันอยู่ที่ ๓๓๗ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อลดผลกระทบพื้นที่ทางด้านท้ายน้ำ ขณะที่ภายหลังจากที่ เขื่อนเจ้าพระยา ได้มีการปรับเพิ่มการระบายน้ำ ที่บริเวณ ชุมชนวัดมะปราง ม.๕ ต.โพนางดำออก อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา ชาวบ้านในพื้นที่ และเจ้าหน้าที่ทหาร จากศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กองบิน ๔ ตาคลี ได้ร่วมกันกรอกและขนกระสอบทราย เพื่อนำไปเสริมคันดินกั้นน้ำให้สูงขึ้น เพื่อป้องกันน้ำที่เอ่อขึ้นมาเข้าท่วมบ้านเรือนของประชาชน นอกจากนี้ทางด้านนายวิทยา ชพานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท ในฐานะรองผู้อำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดชัยนาท ได้เดินทางลงพื้นที่ไปตรวจสอบ จุดเสี่ยงน้ำท่วม ในพื้นที่ ๔ อำเภอ ของ จ.ชัยนาท ได้แก่ อ.เมืองชัยนาท อ.มโนรมย์ อ.วัดสิงห์ และ อ.สรรพยา โดยเน้นย้ำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้เฝ้าระวังและเตรียมความพร้อมรับมือน้ำท่วม

นายวิทยา ชพานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท กล่าวว่า จากการณ์น้ำดังกล่าว ทำให้ ๔ อำเภอของจังหวัดชัยนาทเริ่มมีน้ำเอ่อเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนบ้างแล้วบางส่วน ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ และจากการคาดการณ์จากกรมอุตุนิยมวิทยา หากมีปริมาณฝนตกในอาทิตย์หน้า เขื่อนเจ้าพระยาก็จำเป็นต้องระบายน้ำเพิ่ม ซึ่งทางจังหวัดชัยนาท ได้สั่งการให้ นายอำเภอ ๔ อำเภอ รวมไปถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์ปริมาณน้ำฝน และ น้ำท่า จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งจะต้องรีบเร่งประสานประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนให้ประชาชนได้รับทราบอย่างทันท่วงทีหากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งหากหลังจากนี้ไม่มีปริมาณฝนตกลงมาเพิ่มเติมก็คาดว่าการณ์น้ำในปีนี้ก็จะค่อยๆบรรเทาลง

ส.ปชส.ชัยนาท