วันนี้ (๑๒ ก.ย.๖๘) นายนิพนธ์ ชายใหญ่ ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. (สำนักงานปลัด กระทรวงมหาดไทย) เป็นประธานเปิดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม พิพิธภัณฑ์มรดกทางวัฒนธรรมอิสลามและศูนย์การเรียนรู้คัมภีร์อัลกุรอาน ที่พิพิธภัณฑ์ฯ ตำบละหาร อำเภอยี่งอ จังหวัดนราธิวาส //โดยกำหนดจัดงานระหว่างวันที่ ๑๒-๑๔ กันยายน ๒๕๖๘ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่สะท้อนอัตลักษณ์อิสลามอันงดงามของพื้นที่ และยกระดับพิพิธภัณฑ์ฯ ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญระดับชาติและนานาชาติ อีกทั้งเพื่อสร้างรายได้ให้กับชุมชน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่นอย่างยั่งยืน ที่สำคัญยังเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับศาสนาอิสลามแก่ประชาชนทั่วไป ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ
ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้ เพื่อใช้พลังของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมเพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงในหลายมิติ ทั้งสร้างความเข้าใจและลดอคติ สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน สร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้แก่จังหวัดชายแดนภาคใต้ //ทั้งนี้ ในการจัดกิจกรรมได้แบ่งพื้นที่เป็น ๔ ส่วนหลัก เชื่อมั่นว่าพิพิธภัณฑ์ฯ แห่งนี้ จะเป็นหมุดหมายสำคัญที่จะช่วยอนุรักษ์ ฟื้นฟู และต่อยอดคุณค่าต่าง ๆ ให้คงอยู่คู่กับท้องถิ่น พร้อมให้นักท่องเที่ยวทั้งทั้งในและต่างประเทศได้เข้าสัมผัสและเรียนรู้วัฒนธรรมอิสลามอย่างครบถ้วน โดยมุ่งหวังจะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยว และมีส่วนช่วยสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้กับจังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้เป็น เมืองวัฒนธรรมและสันติสุข ที่น่าค้นหาและน่าเยี่ยมชมต่อไป
ด้านนายมาหะมะลุตฟี หะยีสาแม ประธานพิพิธภัณฑ์ฯ กล่าวว่า ในการจัดกิจกรรมได้แบ่งพื้นที่ออกเป็น ๔ ส่วนหลัก ได้แก่ พื้นที่การเรียนรู้ มีการจัดแสดงการคัดลอก การอนุรักษ์ และการจัดเก็บคัมภีร์อัลกุรอานโบราณ ซึ่งเป็นไฮไลท์สำคัญของพิพิธภัณฑ์ฯ //พื้นที่ลานหน้าอาคาร มีนิทรรศการอาหาร การยิงธนู และวัฒนธรรมพื้นถิ่น ที่แสดงถึงวิถีชีวิตอันเป็นเอกลักษณ์//พื้นที่เวทีกลาง สำหรับจัดเสวนาทางวิชาการ การบรรยายธรรม และการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน//พื้นที่ออกร้าน เป็นตลาดที่รวบรวมผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นจากทั้งในและต่างประเทศ ครอบคลุมทั้งเครื่องแต่งกาย อาหาร เครื่องดื่ม หัตถกรรม เครื่องประดับ และเอกสารวิชาการ
สำหรับพิพิธภัณฑ์มรดกทางวัฒนธรรมอิสลามและศูนย์การเรียนรู้คัมภีร์อัลกุรอาน เปรียบเสมือนประตูที่เปิดสู่โลกอันลึกซึ้งของวัฒนธรรมอิสลาม เป็นพื้นที่รวบรวมและอนุรักษ์ของล้ำค่าโบราณไว้มากมาย ทั้งเครื่องมือเครื่องใช้ เครื่องแต่งกาย รวมถึงคัมภีร์อัลกุรอาน ซึ่งบางเล่มมีอายุเก่าแก่กว่า ๑,๑๐๐ ปี สิ่งเหล่านี้คือมรดกอันทรงคุณค่าที่บรรพบุรุษได้สร้างสรรค์และส่งต่อมาถึงคนรุ่นหลัง