สถาบันฮาลาล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จัดกิจกรรมปัจฉิมนิเทศหลักสูตรการบริหารจัดการโลจิส
ติกส์ฮาลาล รุ่นที่ ๒ และลงนาม MOU ความร่วมมือเพื่อส่งเสริมและพัฒนาความก้าวหน้าทางวิชาการด้านฮาลาล
วันพฤหัสบดีที่ ๑๑ กันยายน ๒๕๖๘ ที่ ห้องน้ำพราว ๒ โรงแรม ซี.เอส.ปัตตานี อำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นิวัติ แก้วประดับ อธิการบดี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เป็นประธานเปิดงานปัจฉิมนิเทศหลักสูตรการบริหารจัดการโลจิสติกส์ฮาลาล รุ่นที่ ๒ ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๘ พร้อมมอบ ประกาศนียบัตรแก่ผู้ผ่านหลักสูตรจำนวน ๓๓ คน มี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปาริชาติ เบ็ญฤทธิ์ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายพัฒนาองค์กรและความยั่งยืน วิทยาเขตปัตตานี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ตร.อัสมัน แต่ยาลี ผู้อำนวยการสถาบันฮาลาล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด ปัตตานี ยะลา นราธิวาส สงขลา และสตูล เข้าร่วม
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นิวัติ แก้วประดับ อธิการบดี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กล่าวว่าโลจิสติกส์ฮาลาลเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภคทั่วโลก และยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย ขณะที่ตลาด E-Commerce เติบโตอย่างรวดเร็ว ความต้องการบุคลากรด้านนี้ยังมีจำนวนไม่เพียงพอ ในนามมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ได้เล็งเห็นและให้ความสำคัญในการพัฒนากำลังคนด้านโลจิสติกส์ฮาลาล และยินดีให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่เพื่อเสริมสร้างกำลังคนด้านโลจิสติกส์ฮาลาล ผ่านหลักสูตรประกาศนียบัตร (Non-degree)ที่พัฒนาทักษะด้านมาตรฐานโลจิสติกส์ฮาลาล และโลจิสติกส์ทั่วไปให้มีความเชี่ยวชาญและสามารถแข่งขันในตลาดสินค้าในระดับโลกได้ ในอนาคต
ด้านผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. อัสมัน แตอาลี ผู้อำนวยการสถาบันฮาลาล กล่าวด้วยว่า สถาบันฮาลาล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้ริเริ่มและจัดทำหลักสูตรนี้ร่วมกับโรงเรียนธุรกิจการขนส่งและการค้าระหว่างประเทศ (ITBS) โดยมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างกำลังคนด้านโลจิสติกส์ฮาลาล ผ่านหลักสูตรประกาศนียบัตร(Non-degree) ที่มุ่งพัฒนา Up Skill, Re Skill และ New Skill ให้ผู้เรียนมีความเชี่ยวชาญด้านมาตรฐานโลจิสติกส์ฮาลาลและโลจิสติกส์ทั่วไป สามารถบริหารจัดการ ควบคุม ตรวจสอบและดูแลระบบโลจิสติกส์ให้สอดคล้องกับหลักการอิสลามได้อย่างมีประสิทธิภาพ หลักสูตรนี้ใช้เวลาอบรม ๓ เดือนแบ่งเป็นภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติ โดยมีผู้เข้าร่วมทั้งหมด ๓๓ คนและเข้าฝึกปฏิบัติจริงในสถานประกอบการด้านโลจิสติกส์กว่า ๑๗ แห่งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล
นอกจากนี้ ภายหลังเสร็จพิธีเปิด ฯ มีการลงนาม MOU ความร่วมมือ ระหว่าง สถาบันฮาลาลร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส สงขลา และสตูล รวม ๕ จังหวัด เพื่อส่งเสริมและพัฒนาความก้าวหน้าทางวิชาการ วิจัยและการบริการวิชาการด้านฮาลาลอันจะนำไปสู่นวัตกรรมการพัฒนาเชิงพื้นที่ที่ยั่งยืน ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพบุคลากรการจัดการศึกษาด้านฮาลาลให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของภาคอุตสาหกรรมฮาลาล ส่งเสริมสนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ มาตรฐานฮาลาล และมาตรฐานตอยยิบันเพื่อยกระดับคุณภาพ และสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยต่อสุขภาพของผู้บริโภค อีกด้วย
ภาพ/ข่าว/บดินทร์ ส.ปชส.ปน.