กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช สั่งพักโซนสัตว์ดุร้ายของซาฟารีเวิลด์ หลังเจ้าหน้าที่ดูแลสัตว์ถูกสิงโตทำร้ายเสียชีวิตเพื่อหาสาเหตุ พร้อมให้เร่งทบทวนมาตรการความปลอดภัยตรงตามแจ้งไว้หรือไม่
นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กล่าวว่า จากกรณีเจ้าหน้าที่ดูแลสัตว์ของซาฟารีเวิลด์ถูกสิงโตทำร้ายเสียชีวิต เบื้องต้นได้สั่งการให้พักการให้บริการโซนซาฟารีโซนสัตว์ดุร้ายของสวนสัตว์เป็นการชั่วคราว พร้อมเร่งให้สวนสัตว์จัดทำแผนมาตรการด้านความปลอดภัยใหม่ เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด โดยกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตและจะดำเนินการตรวจสอบเหตุการณ์นี้อย่างเข้มงวด แม้สวนสัตว์จะได้รับอนุญาตให้เปิดอย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่จะต้องตรวจสอบเกี่ยวกับการครอบครองสิงโต ๓๒ ตัวที่เหลืออยู่เป็นไปตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๖๒ หรือไม่ และให้สวนสัตว์ส่งแผนมาตรการด้านความปลอดภัยมาพิจารณาภายใน ๒ วัน สิ่งสำคัญจะเพิ่มความเข้มงวดการตรวจสอบสวนสัตว์เปิดอีก ๕ แห่งทั่วประเทศด้วย จากเดิมที่ตรวจทุก ๑ - ๓ เดือน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน ทั้งนี้ กรมอุทยานฯ จะนำมาตรการ ๒๓ ข้อสำหรับสวนสัตว์มาทบทวนเพิ่มเติม โดยเฉพาะเรื่องแนวเขตป้องกันระหว่างคนกับสัตว์ และการติดตั้งกล้องวงจรปิดในพื้นที่เสี่ยง ส่วนสาเหตุที่เจ้าหน้าที่ลงจากรถขณะเกิดเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของตำรวจ
ด้าน นายสดุดี พันธุ์ภักดี ผู้อำนวยการกองคุ้มครองพันธุ์สัตว์ป่าและพืชป่าตามอนุสัญญา (CITES) กล่าวว่า สิงโต ที่ก่อเหตุมีอายุมากกว่า ๒๐ ปีแล้ว แม้เจ้าหน้าที่ที่เสียชีวิตจะคุ้นเคยกับสิงโต แต่สัตว์ทุกชนิดยังมีสัญชาตญาณความเป็นผู้ล่าของสัตว์ป่า ซึ่งเจ้าหน้าที่ที่ทำงานกับสัตว์ดุร้ายต้องตระหนักถึงจุดนี้เสมอและไม่ควรหันหลังให้สัตว์ เนื่องจากสิงโตเป็นสัตว์ป่าควบคุมชนิด ก (ดุร้าย) สัญชาตญาณของสิงโตไม่ใช่แค่สัญลักษณ์ของนักล่า แต่เป็นพฤติกรรมธรรมชาติที่สิงโตต้องมีเพื่อความอยู่รอด แม้กลุ่มในสิงโตเลี้ยง (captivity) ที่มีอาหารพร้อม แต่ยังคงแสดงออก เช่น ไล่จับของเล่น ขย้ำเหยื่อจำลอง