จังหวัดสุราษฎร์ธานีประชุมพิจารณากลั่นกรองและขับเคลื่อนแผนงาน/โครงการด้านทรัพยากรน้ำในเขตลุ่มน้ำภาคใต้ฝั่งตะวันออกตอนบน
วันนี้ (๑๑ ก.ย.๖๘) นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี มอบหมายให้นายวิทศักดิ์ จำเริญนุสิต รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองและขับเคลื่อนแผนงาน/โครงการด้านทรัพยากรน้ำในเขตลุ่มน้ำภาคใต้ฝั่งตะวันออกตอนบน ครั้งที่ ๑/๒๕๖๘ ณ ห้องประชุมชั้น ๕ ศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี และผ่านระบบ Video Conference เพื่อหารือและรับฟังความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะในส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การดำเนินการของคณะกรรมการลุ่มน้ำภาคใต้ฝั่งตะวันออกตอนบนบรรลุวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการใช้ การพัฒนา การบริหารจัดการ การบำรุงรักษา การฟื้นฟู และการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำในเขตลุ่มน้ำให้เกิดความเป็นเอกภาพ และมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผลสอดคล้องกับแนวทางของคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ
ในการนี้ที่ประชุมได้รับทราบแนวทางและปฏิทินการจัดทำแผนปฏิบัติการด้านทรัพยากรน้ำ และแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในเขตลุ่มน้ำภาคใต้ฝั่งตะวันออกตอนบน และพิจารณาแนวทางการพิจารณาแผนปฏิบัติการด้านทรัพยากรน้ำ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๗๐ ของคณะกรรมการลุ่มน้ำภาคใต้ฝั่งตะวันออกตอนบน
ทั้งนี้ลุ่มน้ำภาคใต้ฝั่งตะวันออกตอนบน เป็นลุ่มน้ำทางภาคใต้ของประเทศไทย มีต้นทำเกิดมาจากทิวเขานครศรีธรรรมราช ในเขตอำเภอพิปูน จังหวัดนครศรีธรรมราช ไหลไปทางทิศเหนือผ่านอำเภอฉลาง จัดหวัดนครศรีธรรมราช ขนาดพื้นที่ลุ่มน้ำ ๒๙,๑๘๑.๕๔ ตร.กม. แบ่งเป็น ๑๙ ลุ่มน้ำสาขา ขอบเขตลุ่มน้ำมี ๙ จังหวัด ได้แก่ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง กระบี่ พังงา และจังหวัดตรัง ปริมาณน้ำท่าเฉลี่ยปีละ ๑๘,๖๗๔ ล้าน ลบ.ม. เป็นปริมาณน้ำท่าในฤดูฝนเฉลี่ย ๑๔,๔๙๖ ล้าน ลบ.ม. ปริมาณความต้องการใช้น้ำต่อปี ได้แก่ เกษตรกรรม ๖,๖๙๔.๘๕ ล้าน ลบ.ม. อุปโภคบริโภค ๑๗๒.๒๒ ล้าน ลม.ม. อุตสาหกรรม ๕๕.๑๐ ล้าน ลบ.ม. มีแหล่งน้ำที่สำคัญ ได้แก่ แม่น้ำท่าตะเภา แม่น้ำหลังสวน แม่น้ำตาปี คลองพุมดวง และแม่น้ำปากพนัง มีโครงการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่ จำนวน ๑ โครงการ คือ เขื่อนรัชชประภา ความจุ ๕,๖๓๙ ล้าน ลบ.ม. ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของการไฟฟ้าฝ้ายผลิตแห่งประเทศไทย และมีโครงการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดกลาง สามามารถเก็บกักน้ำได้ ๒๔๖ ล้าน ลบ.ม. มีพื้นที่ชลประทานรวม ๑,๓๕๔,๗๕๐ ไร่.