ยโสธรตั้งรับภาวะน้ำล้นตลิ่ง ผู้ว่าฯ นำทีมลงพื้นที่ สั่งเตรียมพร้อมหลังพบน้ำชีสูงขึ้นเร็วผิดปกติ

เผยแพร่เมื่อ ๑๐/๐๙/๒๐๒๕ ๑๘:๒๔

ยโสธรตั้งรับภาวะน้ำล้นตลิ่ง ผู้ว่าฯ นำทีมลงพื้นที่ สั่งเตรียมพร้อมหลังพบน้ำชีสูงขึ้นเร็วผิดปกติ

วันที่ ๑๐ กันยายน ๒๕๖๘ ที่จังหวัดยโสธร นายชาญชัย ศรศรีวิชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร พร้อมด้วยนางสุมิตรา นาแสวง หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดยโสธร ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ โดยมีนายอำเภอและผู้นำท้องถิ่นร่วมรายงานสถานการณ์และวางแผนรับมือมวลน้ำที่จะไหลมาสมทบ ประกอบด้วย จุดสถานีเฝ้าระวัง E๒๐A บริเวณสะพานข้ามแม่น้ำชี อำเภอมหาชนะชัย ซึ่งจุดนี้ระดับน้ำสูงขึ้นเร็วกว่าปีที่ผ่านมา ที่ปกติจะต้องใช้เวลาประมาณ ๓ สัปดาห์ จึงจะถึงระดับปัจจุบัน แต่ปีนี้ใช้เวลาเพียง ๑ สัปดาห์ โดยระดับน้ำอยู่ห่างจากตลิ่งประมาณ ๑๐ เซนติเมตร และจุดบริเวณถนนเชื่อมคลองชลประทานกับป่าสาธารณะดอนประกำ บ้านเหมือดขาว ตำบลม่วง อำเภอมหาชนะชัย ซึ่งเป็นจุดรองรับน้ำต่อ โดยระดับน้ำยังอยู่ต่ำกว่าจุดวิกฤตของปีที่แล้วประมาณ ๗๐ – ๘๐ เซนติเมตร จากนั้นได้ไปติดตามระดับการไหลของน้ำที่บริเวณเขื่อนยโสธร- พนมไพร ซึ่งมวลน้ำจากจุดนี้จะไหลไปยังอำเภอมหาชนะชัยและอำเภอค้อวัง ที่ปัจจุบันเจ้าหน้าที่ได้บริหารจัดการน้ำ ด้วยการเปิดบานประตูระบายน้ำเต็มทุกบาน

นายชาญชัย ศรศรีวิชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร เปิดเผยว่า ภาพรวมของจังหวัดขณะนี้มีพื้นที่ได้รับผลกระทบแล้ว ๔ อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองยโสธร, อำเภอคำเขื่อนแก้ว, อำเภอป่าติ้ว และอำเภอไทยเจริญ มีประชาชนได้รับผลกระทบราว ๒,๘๐๐ ราย และคาดว่ามีพื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหายเบื้องต้นกว่า ๒๖,๐๐๐ ไร่ ซึ่งเป็นผลกระทบสะสมมาจากอิทธิพลของพายุคาจิกและหนองฟ้า โดยเจ้าหน้าที่กำลังเร่งสำรวจเพิ่มเติม อย่างไรก็ตามทางจังหวัดได้มีการบูรณาการหน่วยงานต่าง ๆ ช่วยเหลืออย่างเต็มที่ และเชื่อว่าประมาณ ๓ วันหลังจากนี้น้ำจะลดลง โดยในส่วนของมวลน้ำจากตอนบนที่มาจากจังหวัดร้อยเอ็ดจะไม่ส่งผลกระทบรุนแรง เนื่องจากมวลน้ำได้แผ่กระจายออกด้านข้างลำน้ำไปแล้ว โดยระดับน้ำที่เขื่อนยโสธร-พนมไพร ซึ่งเป็นจุดรวมมวลน้ำสูงขึ้นเพียง ๒๖ เซนติเมตรจากวันก่อนหน้านี้ ยังไม่ถึงขั้นวิกฤต และยังสามารถบริหารจัดการได้ ทั้งนี้ได้มีข้อสั่งการให้ทุกอำเภอเตรียมพร้อมเข้าช่วยเหลือประชาชนอย่างทันท่วงทีหากมีร่องมรสุมพัดผ่านเข้ามาเพิ่มเติม โดยเน้นย้ำให้เร่งสำรวจความเสียหายของบ้านเรือนและพื้นที่การเกษตรไปพร้อมกัน และฝากเตือนประชาชนขอให้ติดตามข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด เช่น กรมอุตุนิยมวิทยา สัญญาณแจ้งเตือน Cell Broadcast ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยที่หากมีภัยขั้นรุนแรงจะมีการแจ้งเตือนเข้าสู่ระบบมือถือพี่น้องประชาชน และขอให้เพิ่มความระมัดระวังอันตรายจากโรคที่มากับน้ำ สัตว์มีพิษ รวมถึงอันตรายจากระบบไฟฟ้าโดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณพื้นที่น้ำท่วมขัง