จังหวัดกระบี่ ประชุมพิจารณารับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน เพื่อสร้างความมั่นคงทางผลิตภัณฑ์ด้วยคุณภาพและมาตรฐาน หนุนอัตลักษณ์ท้องถิ่น กระจายรายได้สู่ชุมชน

เผยแพร่เมื่อ ๐๘/๐๙/๒๐๒๕ ๑๕:๔๕

จังหวัดกระบี่ ประชุมพิจารณารับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน เพื่อสร้างความมั่นคงทางผลิตภัณฑ์ด้วยคุณภาพและมาตรฐาน หนุนอัตลักษณ์ท้องถิ่น กระจายรายได้สู่ชุมชน

วันที่ ๘ กันยายน ๒๕๖๘ เวลา ๑๓.๓๐ น. ที่ห้องประชุมอ่าวลึก ชั้น ๓ ศาลากลางจังหวัดกระบี่ เลขที่ ๙/๑๐ นายอังกูร ศีลาเทวากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ มอบหมายให้ นายอนุวรรตน์ โหมดพริ้ง รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชนจังหวัดกระบี่ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๘ ครั้งที่ กบ ๓๕-๓/๒๕๖๘ โดยมี นายสุพงษ์ รักษ์ศรีทอง อุตสาหกรรมจังหวัดกระบี่ พร้อมด้วยคณะกรรมการจากส่วนราชการแฃะหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม

จังหวัดกระบี่ มีผลิตภัณฑ์ชุมชนที่ได้รับการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน ใบรับรองไม่หมดอายุ จำนวน ๘๒ ราย (ข้อมูล ณ วันที่ ๒๙ สิงหาคม ๒๕๖๘) โดยสามารถดูรายละเอียดผลิตภัณฑ์ ที่ได้รับการรับรองได้ที่ www.tisi.go.th ซึ่งแยกประเภทต่างๆ ได้ดังนี้ ประเภทอาหาร จำนวน ๙ ราย ประเภทผ้าและเครื่องแต่งกาย จำนวน ๒๙ ราย ประเภทของใช้ ของประดับตกแต่ง และของที่ระลึก จำนวน ๔๒ ราย ประเภทสมุนไพรที่ไม่ใช่อาหาร จำนวน ๒ ราย และประเภทเครื่องดื่ม ยังไม่มีการรับรอง โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๘ จังหวัดกระบี่ได้กำหนดแผนการรับคำขอการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน จำนวน ๔๐ คำขอ และมีเป้าหมายคำขอที่ผ่านการพิจารณาให้การรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน จำนวนได้น้อยกว่า ๓๓ ฉบับ หรือคิดเป็นร้อยละ ๘๓ สำหรับผลการดำเนินงานการรับคำขอตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๗-๓๐ มิถุนายน ๒๕๖๘ มีผู้ประกอบการยื่นคำขอการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน ทั้งสิ้นจำนวน ๔๐ คำขอ ออกใบรับรองแล้ว ๒๓ ฉบับ ประเมินผลผ่านการตรวจสอบเข้าที่ประชุมครั้งนี้ เพื่อให้คณะกรรมการพิจารณารับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน จำนวน ๑๑ คำขอ ๖ มาตรฐานผลิตภัณฑ์ ประกอบด้วย ประเภทอาหาร จำนวน ๑ คำขอ ๑ มาตรฐานผลิตภัณฑ์ ประเภทผ้า และเครื่องแต่งกาย จำนวน ๗ คำขอ ๒ มาตรฐานผลิตภัณฑ์ ประเภทของใช้ ของประดับตกแต่ง และของที่ระลึก จำนวน ๒ คำขอ ๒ มาตรฐานผลิตภัณฑ์ และประเภทเครื่องดื่ม จำนวน ๑ คำขอ ๑ มาตรฐานผลิตภัณฑ์

นายอนุวรรตน์ โหมดพริ้ง รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า สินค้าและผลิตภัณฑ์ชุมชน เมื่อนำสู่ท้องตลาด จะมีความคล้ายกัน ไม่ว่าจะมาจากแหล่งไหน จึงควรพัฒนาฉลากสินค้าให้บ่งบอกที่มา เรื่องราวของผลิตภัณฑ์ ซึ่งจะสร้างมูลค่าและความคุ้มค่าให้กับสินค้า และเมื่อได้รับการรับรองมาตรฐานแล้ว จะต้องคงคุณภาพของผลิตภัณฑ์ไว้ ให้มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน และน่าเชื่อถือในท้องตลาด เพื่อสร้างความมั่นคงทางผลิตภัณฑ์ของจังหวัดกระบี่ต่อไป