อำเภอเมือง พ่อเจ้าของบ้านถึงกับเข่าทรุด หลังจากพบเห็นสภาพบ้านของลูกสาวที่อยู่ต่างประเทศ ถูกคนร้ายคาดว่าเป็นคนเก็บของเก่า เข้าไปรื้อฝ้าเพดานเอาสายไฟทั้ง ชำแหละเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิดเพื่อเอาทองแดง เงิน ๕ หมื่นและทรัพย์สินมีค่าเอาไปเกลี้ยง แจ้งความเอาผิดแล้ว
วันที่ ๓๐ ก.ย.๒๕๖๙ ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านใน ต.กะลันทา อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ว่าอยากให้เป็นสื่อกลางให้คนทั่วไปแจ้งเบาะแสคนร้ายที่เข้ามาขโมยเอาทรัพย์สินภายในบ้านไปจนบ้านพังเสียหายแทบทั้งหลัง
จากการตรวจสอบพบว่าบ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านชั้นเดียว ลักษณะเป็นบ้านสวนปลูกเป็นหลังเดี่ยวเนื้อที่ประมาณ ๙ ไร่ มีรั้วลวดหนามล้อมรอบ ตัวบ้านอยู่ท้ายที่ดินซึ่งห่างจากถนนประมาณ ๓๐๐ เมตร มีต้นไม้ปิดบังตัวบ้านหากมองไปจากถนนหรือบ้านข้างเคียง
นาย พงศ์ แสนกล้า อายุ๗๓ปี ผู้ร้องเรียนและเป็นพ่อของเจ้าของบ้าน ได้พาผู้สื่อข่าวเข้าไปตรวจสอบ พบว่าภายในบ้านถูกรื้อค้นทุกห้อง ฝ้าเพด่านพังลงมาเกือบทั้งหลัง สายไฟฟ้าถูกรื้อเอาไปจนเกลี้ยง หลังคาบ้านถูกเปิดออกคาดคนร้ายขึ้นมาทางหลังคา
เตาแก๊สในห้องครัว ,ซิงค์ล้างจาน ถูกงัดหายไปหมด ทรัพย์สินมีค่าทุกชนิดหายไป ทีวี ,ตู้เย็น และเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นที่อยู่ภายในบ้านถูกแยกชิ้นส่วนออกมา คาดว่าจะเอาส่วนที่จะขายเป็นของเก่าได้ เช่นคอมแอร์ ,คอมตู้เย็น,มอเตอร์พัดลมเพื่อเอาทองแดงซึ่งมีราคามากกว่าไปขายเป็นของเก่า
นายพงศ์ เล่าว่าบ้านหลังนี้เป็นบ้านของลูกสาวซึ่งไปมีสามีอยู่ต่างประเทศ จะกลับมาบ้านปีละครั้งแล้วแต่เทศกาล ส่วนตนอยู่บ้านอีกหลังหนึ่งต่างหมู่บ้าน
วันที่ ๑๔ ก.ย.ลูกสาวโทรมาจากต่างประเทศแจ้งตนว่า มีเพื่อนถ่ายภาพบ้านของตัวเองส่งไปให้ดู ให้พ่อไปดูบ้านด่วนว่าทำไมบ้านพังขนาดนั้น ตนจึงออกมาดูเห็นแล้วแทบลมจับ เพราะไม่เหลือเป็นสภาพเดิมให้เห็น เหมือนเป็นบ้านร้างมานานนับ ๒๐ ปี โดยเฉพาะมาทราบอีกว่าเงินสดที่ลูกสาวเอาไว้ใต้เตียงอีก ๕๐,๐๐๐ บาท หายไปด้วยตนยิ่งเจ็บใจเพราะไม่เคยเห็นมาก่อน
สิ่งที่อยากจะฝากถึงคนร้ายคืออยากให้เลิกทำแบบนี้เพราะยิ่งทำยิ่งจน ไม่มีใครขโมยของคนอื่นแล้วรวย และอยากฝากถึงตำรวจให้เร่งติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีโดยเร็ว ซึ่งได้แจ้งความเอาไว้แล้ว คนร้ายซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นกลุ่มหาของเก่า หรือเป็นวัยรุ่นติดยา และเป็นคนมีความรู้เรื่องของเก่า เพราะรู้ว่าอะไรขายเป็นของเก่าได้ ซึ่งน่าจะทยอยมารื้อเอาหลายวัน
✍️ พงศ์ปวิทย์ กิจนิยม บุรีรัมย์ รายงาน