ปทุมธานี ริมเจ้าพระยาโอดสามโคกจม ๖ วันกลายเป็นพื้นที่รับน้ำ ห่วงทวด ๑๐๓ ปี ผวาอีก ๒๐ ซม.ทะลุสถิติปี ๖๐

🕓 เผยแพร่เมื่อ ๒๙ ก.ย. ๒๕๖๙

หมวดหมู่ข่าว: top-news

ภาพข่าว เมื่อวันที่ ๒๙ กันยายน ๒๕๖๙ ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจความเดือดร้อนของประชาชนริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย บริเวณชุมชนศาลาแดงเหนือ ตำบลเชียงรากน้อย อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี พบว่ามวลน้ำได้เอ่อล้นตลิ่งไหลเข้าท่วมบ้านเรือนที่ตั้งอยู่นอกแนวกั้นน้ำ ส่งผลให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก การสัญจรเข้าออกชุมชนต้องใช้เรือเป็นยานพาหนะหลัก รวมทั้งต้องเร่งขนย้ายสิ่งของจากชั้น ๑ ขึ้นสู่ชั้น ๒ เพื่อหนีน้ำภาพข่าว นายไพรัตน์ เทียนทอง อายุ ๖๐ ปี อยู่บ้านเลขที่ ๓๕ หมู่ ๒ ตำบลเชียงรากน้อย อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี เปิดเผยว่า ตนพักอาศัยอยู่กับบิดาอายุ ๑๐๓ ปี ซึ่งต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษเนื่องจากเกรงว่าบิดาจะพลัดตกน้ำ โดยสถานการณ์น้ำท่วมเข้าสู่วันที่ ๖ แล้ว ระดับน้ำสูงประมาณ ๗๐ เซนติเมตร และยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงน้ำทะเลหนุน นายไพรัตน์กล่าวตัดพ้อว่า ตนหมดหวังกับการทำงานของหน่วยงานภาครัฐแล้ว เนื่องจากชุมชนริมน้ำต้องกลายเป็นพื้นที่รับน้ำแทนพื้นที่อื่น หากการบริหารจัดการยังคงเป็นเช่นนี้ถือว่าแย่มาก นอกจากนี้ยังมองว่าสิ่งปลูกสร้างและการทำถนนต่างๆ เป็นสาเหตุขวางทางน้ำ ต่อให้เปลี่ยนผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครอีก ๑๐๐ คนก็ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ภาพข่าว ด้าน นางพิสมัย ใจชอบ อายุ ๖๐ ปี เสนอแนะว่า ในช่วงฤดูน้ำหลาก ภาครัฐควรมีนโยบายงดเว้นให้เกษตรกรปลูกข้าว เพื่อนำพื้นที่เพาะปลูกมาเป็นพื้นที่รับน้ำและช่วยผันน้ำ มิเช่นนั้นประชาชนที่อยู่นอกแนวกั้นน้ำจะต้องแบกรับภาระหนักอยู่ฝ่ายเดียว ซึ่งต่างจากสมัยก่อนที่หากพื้นที่ภายนอกท่วม พื้นที่ด้านในก็จะต้องท่วมเช่นเดียวกัน ภาพข่าว ขณะที่ นางพิกุล เรืองสว่าง อายุ ๗๑ ปี กล่าวว่า ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นตลอดเวลาจนต้องเปลี่ยนมาใช้เรือแทนการเดินเท้า ตนเข้าใจดีว่าชุมชนตั้งอยู่นอกแนวกั้นน้ำ แต่อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลเรื่องความเป็นอยู่ โดยเฉพาะความกังวลด้านสุขภาพ หากมีเหตุเจ็บป่วยฉุกเฉินการเดินทางจะยากลำบากและอาจเกิดอันตรายได้ ทั้งนี้ ตนยอมรับว่าเป็นเรื่องปกติที่ต้องอยู่ร่วมกับน้ำในฤดูน้ำหลาก แต่ขอให้อยู่ในระดับที่สามารถพักอาศัยได้ หากสถานการณ์รุนแรงเท่ากับปี ๒๕๕๔ ก็คงต้องอพยพไปอยู่ที่อื่น อย่างไรก็ตาม จากการสำรวจบริเวณกำแพงรั้วบ้านของประชาชนที่มีการขีดเส้นเพื่อวัดระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยา พบว่าระดับน้ำในปัจจุบันเหลืออีกเพียง ๒๐ เซนติเมตร ก็จะเพิ่มสูงเทียบเท่ากับสถิติอุทกภัยในปี ๒๕๖๐ภาพข่าว ภาพข่าว ภาพข่าว

✍️ สำนักข่าวไทเกอร์นิวส์ รายงาน

🗞️ สำนักข่าวไทเกอร์นิวส์ - TIGERNEWSREPORT.COM เว็บไซต์ข่าวภูมิภาค ข่าวด่วนทั่วไทย รายงานโดยทีมข่าวประจำภูมิภาค