เมื่อวันที่ ๑๖ กันยายน ๒๕๖๙ เวลา ๑๓.๐๐ น. นายภมร เชาว์ศิริกุล รองประธานคณะกรรมาธิการคนที่ ๒ นำคณะกรรมาธิการการคมนาคม วุฒิสภา เดินทางลงพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อติดตามและรับฟังบรรยายสรุปการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมในพื้นที่ ณ ห้องประชุมขุนลุมประพาส ชั้น ๔ ศาลากลางจังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยมี นายวิบูรณ์ แววบัณฑิต ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน พร้อมด้วย นายอุดมศักดิ์ ขาวหนูนา รองผู้ว่าราชการจังหวัด และหัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงคมนาคมร่วมให้การต้อนรับ บรรยายสรุปสภาพปัญหา ข้อเท็จจริง เพื่อให้รัฐบาลจัดสรรงบประมาณในการพัฒนาพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน
การประชุมหารือในครั้งนี้เน้นย้ำประเด็นยุทธศาสตร์สำคัญเพื่อแก้ไขข้อจำกัดด้านการเดินทางของจังหวัดแม่ฮ่องสอน ใน ๔ มิติหลักได้แก่
การยกระดับทางหลวงสายหลัก (๑๐๘ และ ๑๐๙๕) พัฒนาปรับปรุงสภาพเส้นทางเพื่อรองรับการเดินทางท่องเที่ยวให้มีความสะดวก ปลอดภัย ลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุ พร้อมจัดทำแผนรับมือและบำรุงรักษาเส้นทางที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยอย่างทันท่วงที
การฟื้นฟูเที่ยวบินพาณิชย์ หารือแนวทางแก้ไขปัญหาการขาดแคลนเที่ยวบินพาณิชย์มายังท่าอากาศยานแม่ฮ่องสอน เพื่อเปิดประตูการเดินทางและการท่องเที่ยวทางอากาศให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง
การเชื่อมโยงการค้าชายแดน วางแนวทางขยายเส้นทางคมนาคมเพื่อเชื่อมต่อจุดผ่อนปรนการค้าชายแดนไทย - เมียนมา เพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจและการค้าข้ามแดน
งบประมาณรายจ่าย พ.ศ. ๒๕๗๑ รวบรวมปัญหาอุปสรรคด้านงบประมาณตามแผนพัฒนาจังหวัด เพื่อเสนอแนะการจัดสรรงบประมาณปี ๒๕๗๑ ให้ตรงจุดและสอดคล้องกับความจำเป็นจริงในพื้นที่
การลงพื้นที่ของคณะกรรมาธิการการคมนาคม วุฒิสภา ในครั้งนี้ สะท้อนถึงการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างของจังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขาสูงสลับซับซ้อน ทำให้การเดินทางเข้า-ออกเป็นไปได้ยากลำบาก
มิติด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว เส้นทาง ๑๐๘ และ ๑๐๙๕ ถือเป็น "เส้นเลือดใหญ่" ของแม่ฮ่องสอน การปรับปรุงสภาพถนนควบคู่ไปกับการเร่งดึงสายการบินพาณิชย์ให้กลับมาเปิดบิน ถือเป็นหัวใจสำคัญในการฟื้นฟูเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจ เพราะแม่ฮ่องสอนพึ่งพารายได้จากการท่องเที่ยวเป็นหลัก
มิติด้านความมั่นคงและการค้าชายแดน การพัฒนารอบจุดผ่อนปรนไทย-เมียนมา จะช่วยยกระดับแม่ฮ่องสอนจากเมืองปิด ให้กลายเป็นประตูการค้าและการท่องเที่ยวเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน เพิ่มมูลค่าการค้าชายแดนในอนาคต
มิติด้านการจัดการภัยพิบัติ การลงพื้นที่สะพานบ้านห้วยโป่งสะท้อนให้เห็นว่าปัญหาจากภาวะโลกร้อนและอุทกภัยเริ่มรุนแรงขึ้น การแก้ไขด้วยสะพานชั่วคราว (เบลีย์) ไม่เพียงพออีกต่อไป จำเป็นต้องได้รับการจัดสรรงบประมาณปี ๒๕๗๑ ในการสร้างสิ่งก่อสร้างที่ถาวรและยั่งยืน เพื่อไม่ให้ประชาชนต้องถูกตัดขาดจากโลกภายนอกเมื่อเกิดน้ำป่าไหลหลาก
ภายหลังการประชุม คณะกรรมาธิการฯ ได้ลงพื้นที่ตรวจติดตามความเสียหาย ณ สะพานบ้านห้วยโป่ง ต.ห้วยโป่ง อ.เมืองแม่ฮ่องสอน ซึ่งประสบปัญหาน้ำป่าไหลหลากเมื่อ วันที่ ๒๗ สิงหาคม ปี ๒๕๖๘ ได้รับความเสียหาย ต้องใข้สะพานแบรี่ และในวันที่ ๑๗ สิงหาคม ๒๕๖๙ ได้เกิดน้ำป่าอีกครั้ง ซัดตอม้อสะพานเบลีย์ชั่วคราวพังเสียหายและ เพื่อเก็บข้อมูลเชิงลึกสำหรับแนวทางแก้ปัญหาเร่งด่วน ในการก่อสร้างตามโครงสร้างพื้นฐานที่มั่นคงถาวรเป็นกาเร่งด่วน ตาม แขวงทางหลวงที่ได้แจ้งในที่ประชุมค่าก่อสร้างสะพาน ห้วยโป่งจำนวน ๕๐ ล้านบาท.
✍️ ภานุเดช ไชยสกูล จ.แม่ฮ่องสอน รายงาน