เมื่อเวลา ๑๐.๐๐ น. วันที่ ๑๓ กันยายน ๒๕๖๙ สืบเนื่องจากกรณีมารดา ๒ ราย ได้เดินทางเข้าร้องทุกข์ต่อมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี เมื่อวันที่ ๗ กันยายน ๒๕๖๙ ที่ผ่านมา จากเหตุการณ์สะเทือนใจที่เยาวชนหญิงอายุ ๑๗ ปี ซึ่งมีความพิการทางสติปัญญาและการเรียนรู้ ถูกเพื่อนเยาวชนอายุ ๑๘ ปีที่มีอาการป่วยซึมเศร้า ทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิตภายในสถานฟื้นฟูแห่งหนึ่งในจังหวัดลำปาง โดยทั้งสองครอบครัวมีกำหนดการเดินทางไปขึ้นศาลจังหวัดลำปางในวันจันทร์ที่ ๑๔ กันยายน ๒๕๖๙ เพื่อเจรจาไกล่เกลี่ยค่าเสียหาย
ล่าสุด มารดาทั้งสองฝ่ายได้พูดคุยตกลงกันด้วยความสมัครใจ โดยมารดาของผู้เสียชีวิตยินยอมรับค่าสินไหมทดแทนจากมารดาของผู้ก่อเหตุเพียงจำนวน ๔๐,๐๐๐ บาท เนื่องจากเห็นว่าอีกฝ่ายได้แสดงความรับผิดชอบและพยายามบรรเทาความเสียหายอย่างเต็มความสามารถแล้ว นอกจากนี้ มารดาของผู้เสียชีวิตไม่ได้มีเจตนาที่จะเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนเพิ่มเติมจากมารดาของผู้ก่อเหตุ เนื่องจากมองว่าในขณะเกิดเหตุ มารดาของผู้ก่อเหตุไม่ได้มีหน้าที่ดูแลบุตร แต่เป็นความรับผิดชอบโดยตรงของสถานฟื้นฟูฯ จังหวัดลำปาง ที่จะต้องดูแลความปลอดภัยและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุร้ายใดๆ แก่เด็กที่อยู่ในความดูแล
ในวันนี้ มารดาทั้งสองฝ่ายจึงได้เข้าร้องขอความเป็นธรรมต่อ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ เพื่อขอให้ตรวจสอบสถานฟื้นฟูฯ จังหวัดลำปาง ว่าปล่อยให้เกิดเหตุการณ์สลดเช่นนี้ได้อย่างไร พร้อมตั้งคำถามถึงการปฏิบัติหน้าที่ของผู้อำนวยการและเจ้าหน้าที่ ว่ามีการละเลยต่อหน้าที่ตามกฎหมายหรือไม่ เนื่องจากการที่เด็กอยู่ในความดูแลของสถานฟื้นฟูฯ เจ้าหน้าที่มีหน้าที่ต้องระมัดระวังและสอดส่องดูแลอย่างเข้มงวด การปล่อยปละละเลยจนนำไปสู่ความสูญเสีย ถือเป็นความบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่ และต้องการทราบว่าทางหน่วยงานต้นสังกัดจะแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์นี้อย่างไร
ด้าน นางปวีณา หงสกุล เปิดเผยว่า เรื่องนี้ถือเป็นประเด็นสำคัญอย่างยิ่ง หลังจากนี้จะเร่งประสานงานและติดตามเรื่องไปยัง รัฐมนตรี, นายนิกร โสมกลาง ปลัดกระทรวงฯ, นายโชคชัย วิเชียรชัยยะ และ นางอภิญญา ชมภูมาศ อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและตั้งคณะกรรมการสอบสวน พร้อมเรียกร้องให้กระทรวงฯ เพิ่มความเข้มงวดในการดูแลความปลอดภัยในสถานฟื้นฟูฯ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมซ้ำรอย ทั้งนี้ มูลนิธิปวีณาฯ จะติดตามคดีอย่างใกล้ชิด และให้ความช่วยเหลือทั้งสองครอบครัวให้ได้รับความเป็นธรรม ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ผู้บริหารกระทรวงฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป
✍️ สำนักข่าวไทเกอร์นิวส์ รายงาน