อำเภอเมือง เจ้าของที่ดินสาวโวยรอบสอง หลังก่อนหน้านี้ถูกนายทุนเป็นถึงอดีตปลัดเทศบาลเอาที่ดินของตัวเองไปขึ้นทะเบียนเกษตรกรข้ามจังหวัด ร้องเรียนกลับโดนกลั่นแกล้งซ้ำเกษตรจังหวัดให้ผู้ว่าฯเซ็นรับรองให้ขึ้นอำเภอของนายทุน พอร้องเรียนต่อกลับโดนแบ่งที่ดินของตนให้ขึ้นทะเบียนคนละครึ่งเหมือน”ไทยช่วยไทย”อยากถามทำได้ด้วยเหรอ
วันที่ ๑ ก.ย.๒๕๖๙ น.ส.ดอกหญ้า หมื่นหล้า อายุ ๓๔ ปี ชาว ต.บ้านยาง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ร้องผ่านสื่อเป็นครั้งที่ ๒ หลังจากก่อนหน้านี้ร้องกล่าวหาเจ้าหน้าที่เกษตรอำเภอห้วยราช มีพฤติกรรมเข้าข้างนายทุนซึ่งเป็นถึงอดีตปลัดเทศบาล ด้วยการย้ายที่ดินของ น.ส.ดอกหญ้า ซึ่งขึ้นทะเบียนเกษตรกรกับตำบลบ้านยาง อ.ห้วยราช จ.บุรีรัมย์ ไปให้นายทุน เอาที่ดินแปลงเดียวกัน ให้กับนายทุนซึ่งอยู่อำเภอห้วยราช ไปขึ้นทะเบียนเกษตรกร ทั้งที่ไม่มีการประชาคม
สืบเนื่องจากก่อนหน้านั้นพี่สาวของแม่ น.ส.ดอกหญ้า เอาที่ดินผืนใหญ่ซึ่งเป็นที่ดินมรดกที่ยังไม่ได้แบ่งกันของครอบครัว เอาไปจำนำกับนายทุนที่ อ.ห้วยราช คือปลัดเทศบาล จากนั้นนายทุนได้บุกเข้าไปทำกินในพื้นที่ทั้งหมด ๓๐ ไร่ จนมีเรื่องฟ้องร้องกันในชั้นศาล น.ส.ดอกหญ้า ชนะคดีศาลสั่งให้นายทุนชดใช้เงินกว่า ๕๐๐,๐๐๐ บาท แต่ยังไม่ชำระตามคำสั่งศาล
ในเวลาต่อมา น.ส.ดอกหญ้า ได้เข้าไปร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรม ว่ามีเจ้าหน้าทั้งผู้ใหญ่บ้าน เจ้าหน้าที่เกษตร มีพฤติกรรมไม่โปร่งใสมีการเรียกรับสินบนหรือไม่ กรณีย้ายที่ดินของตนไปให้นายทุนไปขึ้นทะเบียนเกษตรกร เพื่อให้สอดคล้องในการสู้คดีหรือไม่
ล่าสุด น.ส.ดอกหญ้า ได้ออกมาร้องเรียนสื่อซ้ำอีก หลังจากได้รับเอกสารจากสำนักงานเกษตรจังหวัดบุรีรัมย์ ว่าจังหวัดได้มีมติให้ที่ดินทั้งหมดที่อยู่อำเภอเมืองเดิมไปขึ้นกับตำบลห้วยราชา อำเภอห้วยราช จังหวัดบุรีรัมย์ ลงนามโดยนายเกรียงศักดิ์ สมจิต รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์
น.ส.ดอกหญ้า เล่าว่า หนังสือดังกล่าวตนรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะที่ดินขึ้นกับอำเภอเมืองมาเป็นเวลานาน เหมือนโดนเจ้าหน้าที่กลั่นแกล้งที่ไปร้องสื่อและไปร้องศูนย์ดำรงธรรม จึงเข้าไปติดตามข้อมูลที่ศูนย์ราชการเพิ่มเติมถึงข้อเท็จจริง
ปรากฏว่าไม่นานได้รับการยืนยันจากสำนักงานเกษตรจังหวัดบุรีรัมย์ ว่า ที่ดินในส่วนของตนจำนวน ๑๒ ไร่ ให้ไปขึ้นทะเบียนเกษตรกรในเขตอำเภอเมืองจำนวน ๖ ไร่ อีก ๖ ไร่ให้ไปขึ้นทะเบียนเกษตรกรที่อำเภอห้วยราช
ยอมรับว่ายิ่งสาวยิ่งงง ตนจะไปขึ้นทะเบียนเกษตรกร ๒ อำเภอได้อย่างไร แล้วใครจะมาประชาคมให้ ตอนนี้ตนขึ้นทะเบียนเกษตรฯได้ที่อำเภอเมืองได้เพียง ๖ ไร่ แต่อีก ๖ ไร่ยังไม่ได้รับคำตอบจากสำนักงานเกษตรว่าจะเอาอย่างไร
น.ส.ดอกหญ้า กล่าวด้วยว่า ตนซึ่งไม่มีความรู้ด้านนี้ได้ไปปรึกษาผู้ที่เคยทำงานเกี่ยวกับด้านนี้ ได้รับคำตอบจนตนอึ้งคือ”การแบ่งแนวเขตที่ดินของเกษตรกรจะยืดหยุ่นได้ฝั่งละไม่น้อยกว่า ๕๐๐ เมตรหมายถึงจะไปขึ้นทะเบียนฝั่งไหนก็ได้
ตนรู้เลยว่า”ถูกกลั่นแกล้ง”ตอนนี้อยากจะรู้ว่าตนจะทำอย่างไร จะไปขึ้นทะเบียนเกษตรกรทั้ง ๒ อำเภอเลยหรือไม่ และอยากถามถึงสำนักงานเกษตรว่าทำไมต้องแบ่ง”คนละครึ่ง”เพราะไม่ใช่โครงการไทยช่วยไทยของรัฐบาล น.ส.ดอกหญ้า ..กล่าว
✍️ พงศ์ปวิทย์ บุรีรัมย์ รายงาน