อำเภอเมือง เจ้าของร้านเสริมสวยวัย ๓๔ น้อยใจตำรวจ มีลุง ๖๖ ปี เมาแล้วขับรถกระบะพุ่งชนรถชาวบ้านแล้วมาชนร้านพังยับพร้อมกับรถมอเตอร์ไซค์ คนขับไม่สนใจชดใช้ค่าเสียหายรถยนต์ ๒ คันและร้านของตน ต้องหาเงินมาซ่อมร้าน ๑.๘ แสน เป็นงงผ่านมากว่า ๖ เดือนคดีไม่คืบถามตำรวจบอก”เพิ่งส่งสำนวน”
วันที่ ๓๐ ส.ค.๒๕๖๙ น.ส.บุษบากร ดาษดา อายุ๓๔ปี เจ้าของร้านเสริมสวยชื่อ”บุษบาบิวตี้”ตั้งอยู่บริเวณถนนวันเวย์เรียบทางรถไฟ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ร้องสื่อว่าอยากจะขอความเป็นธรรมและอยากรู้การทำงานของพนักงานสอบสวน สภ.เมืองบุรีรัมย์ ว่า”แบบนี้ทำได้เหรอ”
นางสาวบุษบากร นำภาพวันเกิดเหตุมาเป็นหลักฐานในการร้องสื่อ พร้อมกับเล่าว่า เมื่อวันที่ ๑๔ ก.พ.หรือกว่า ๖ เดือนที่ผ่านมาตอนนั้นเวลาประมาณ ๒๐.๐๐ น.ซึ่งเป็นเวลาที่ร้านปิดให้บริการแล้ว หน้าร้านได้จอดรถจักรยานยนต์เอาไว้ ๑ คัน
ตนซึ่งอยู่ในร้านได้ยินเสียงดังสนั่นอยู่หน้าบ้าน จึงเปิดประตูออกมาดูพบว่า มีรถกระบะยี่ห้อฟอร์ดสีขาว พุ่งชนใส่หน้าร้านของตนประตูกระจกเสียหายทั้งหมด รวมถึงรถจักรยานยนต์ของตนที่เสียหายไปด้วย
นอกจากนี้ยังพบว่ามีรถเก๋งอีก ๒ คันที่จอดริมถนนได้รับความเสียหาย หนึ่งในนั้นเป็นรถของหมอ จากนั้นได้มีชาย ๒ คนลงมาจากรถกระบะคันที่พุ่งชน ในลักษณะมีอาการเมาอย่างรุนแรง กลิ่นเหล้าคละคลุ้งพูดจาใหญ่โต
ในเวลาต่อมาได้มี พ.ต.ท.เศรษฐพงษ์ มีกลม สารวัตร(สอบสวน) สภ.เมือง เดินทางมาที่เกิดเหตุถ่ายภาพและบันทึกรายละเอียด แต่ไม่มีเครื่องเป่าแอลกอฮอล์มา
ในวันต่อมาผู้ก่อเหตุทราบชื่อนายบุญจันทร์ วงษา อายุ ๖๖ ปี ชาว ต.บ้านด่าน อ.บ้านด่าน จ.บุรีรัมย์ มาพบพนักงานสอบสวน แต่กลับบอกว่าผมไม่มีจ่ายเพราะเยอะเกินไป ตอนนี้มีเงิน ๕๐๐ บาท”จะเอาไปกินเบียร์ก่อน” หลังจากนั้นลุงไม่สนใจเลยเคยไปทวงถึงบ้านก็บอกว่าไม่เงิน ทำให้ตนต้องหากู้ยืมเงินมาซ่อมร้านและซ่อมรถหมดไปกว่า ๑๘๐,๐๐๐ บาท ถ้าไม่ทำก็ไม่ได้เปิดร้าน รวมถึงรถเก๋งของหมอ และรถชาวบ้านรวม ๒ คันต้องหาเงินไปซ่อมกันเอง
น.ส.บุษบากร เล่าด้วยความน้อยใจว่า ตนเองได้ติดตามคดีมาโดยตลอด ถามเรื่องคดีเมาแล้วขับ และการรับผิดชอบของพนักงานสอบสวน แต่ก็เลื่อนมาเรื่อยๆ จนถึงเวลานี้ผ่านไปกว่า ๖ เดือนคดียังไม่ถึงไหน และล่าสุดได้สอบถามพนักงานสอบสวน ได้รับคำตอบว่า”เพิ่งส่งสำนวน”ไปยังอัยการจังหวัดแล้ว แจ้งคดีเมาแล้วขับและทำให้เสียทรัพย์
ส่วนหนึ่งก็ดีใจที่ได้รับคำตอบจากพนักงานสอบสวน แต่ส่วนหนึ่งน้อยใจที่คดีของตนจึงล่าช้านานกว่า ๖ เดือน จนทำให้ตนเกือบจะเป็นซึมเศร้า เพราะต้องหาเงินมาใช้หนี้ที่กู้ยืมมาซ่อมรถและบ้าน หรือเจ้าหน้าที่งานยุ่ง
✍️ พงศ์ปวิทย์ กิจนิยม รายงาน