“ศรีสะเกษ” แม่ค้ามือใหม่วัย ๓๕ ปี เปิดร้านขายของชำไม่ถึงเดือน ถูกหนุ่มใหญ่อ้างเป็นเซลล์แมนบริษัทยักษ์ใหญ่ หลอกขายสินค้า ๗๐ รายการ ยัดใส้ตัวเลขสูง ๑๐ เท่า มีผู้เสียหายหลายจังหวัด
เมื่อวันที่ ๒๔ ส.ค. ๒๕๖๙ ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่ร้านค้าแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ ต.โนนสำราญ ชายแดนไทย-กัมพูชา อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ หลังมีเหตุ น.ส.สุปราณี (สงวนนามสกุล) อายุ ๓๕ ปี เจ้าของร้าน ถูกหลอกลวงขายสินค้า เป็นเหตุให้สูญเสียเงินกว่า ๒.๕ หมื่นบาท จากการสั่งซื้อสินค้าในราคาที่สูงกว่าท้องตลาดทั่วไป
โดย น.ส.สุปราณี เล่าวว่า เมื่อวันที่ ๑๕ ส.ค. ๒๕๖๙ ที่ผ่านมา เวลาประมาณ ๑๐.๕๕ น. ขณะที่ตนกำลังเปิดร้านขายสินค้า ได้มีผู้ชาย จำนวน ๓ คน ขับขี่รถยนต์ ยี่โตโยต้า ๔ ประตู สีขาว ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน มาจอดที่บริเวณหน้าร้าร้านค้าของตน จากนั้นชายผู้ที่นั่งโดยสารข้างคนขับได้ลงมาจากรถ แล้วเดินเข้ามาหาตนในร้าน พร้อมกับแนะนำตนเองว่าเป็นเซลล์บริษัทยักษ์ใหญ่เอกชนแห่งหนึ่ง ของประเทศไทย มาขายสินค้าและได้เสนอขายสิ้นค้าให้ตน
จากการพูดคุยชายคนดังกล่าว ได้เสนอขายสินค้าบางรายการถูกกว่าท้องตลาดมาก โดยชายคนดังกล่าวอ้างว่า ที่ขายถูกได้เพราะบริษัทเราเป็นบริษัทใหญ่ขายทั่วประเทศ หากเปิดบิลเป็นลูกค้าใหม่ จะต้องสั่งสินค้าตามเซตรายการที่ทางบริษัทกำหนด ซึ่งมีกว่า ๗๐ รายการ จึงจะสามารถได้ในราคาที่ถูกลง ตนจึงคิดว่าน่าสนใจเพราะไม่ต้องเสียค่าน้ำมันเดินทางไปซื้อสิ้นค้าเพื่อนำมาขายเอง จึงตัดสินใจตกลงซื้อสินค้าจากชายคนดังกล่าว จำนวนหลายรายการ รวมเป็นเงิน จำนวน ๒๖,๐๐๐ บาท
โดยชายคนดังกล่าวบอกว่าสินค้าบางอย่างมันแพงเพราะพวกครีม แต่เปลี่ยนได้ ในวันที่ ๒๐ ส.ค. ที่ผ่านมา รอบรถวิ่งมาก็เปลี่ยนเป็นอย่างอื่นได้เลย ตนจึงโอเค พอจะจ่ายเงินโดยการโอน เขาบอกถ้าโอนเงินจะเข้าบริษัท แต่ถ้าจ่ายสด จะให้ส่วนลดอีก ๓% เป็นเงิน ๗๘๐ บาท ตนจึงเลือกจ่ายเงินสด ในราคา ๒๕,๑๑๐ บาท พอได้เงินเขาก็กลับขึ้นรถหนีไปเลย รอจนวันที่ ๒๐ ส.ค. ที่ผ่านมา เพื่อที่ตนจะเปลี่ยนสินค้า เนื่องจากพบสินค้าบางตัวแพงกว่าท้องตลาด ๑๐ เท่า เช่น สินค้าบางอย่าง ซื้อในท้องตลาด ราคาขายส่งเพียงแค่ แพ็คละ ๑๐๐ กว่าบาท แต่ซื้อกับบริษัทดังกล่าว ขายแพ็คละ ๙๐๐ กว่าบาท เป็นต้น คล้ายกับเป็นการยัดใส้ตัวเลขราคาสินค้า
จึงรู้ตัวเองถูกหลอก พอรู้ว่ามันหลอก ตนจึงค้นหาข้อมูลในโซเชี่ยล ปรากฏมีคนโดนแบบเดียวกันกับตนอีกหลายราย เช่นที่ จ.ระยอง โดนไป ๑๓,๐๐๐ บาท ที่ อ.เชียงคาน จ.เลย จำนวน ๓๐,๐๐๐ บาท ที่ จ.กาฬสินธุ์ จำนวน ๖๐,๐๐๐ บาท และที่ จ.ร้อยเอ็ด จ.ขอนแก่น อีกจำนวนหนึ่ง ที่เป็นผู้เสียหายในกลุ่มที่โดนแบบเดียวกัน ตนจึงได้ส่งเรื่องร้องทุกข์ไปยังเพจ “Survive - สายไหมต้องรอด”
หลังเพจดังกล่าวโพสต์ได้ไม่นาน ได้มีผู้หญิงคนหนึ่ง อ้างว่าเป็นญาติกับชายคนดังกล่าว โทรมาเจรจากลางดึกเพื่อติดต่อขอคืนเงินค่าสินค้า จำนวนประมาณ ๒๐,๐๐๐ บาท โดยอ้างว่าไม่เอาสินค้าคืน แต่จะขอคืนเงินก่อน ตนจึงยืนยันว่า ไม่ได้ ต้องมาเอาสินค้าคืนกลับไปด้วย จากนั้นผู้หญิงคนดังกล่าว จึงแจ้งว่าเดี๋ยวจะส่งคนไปเอาของ แต่อาจช้าหน่อย
ตนเพิ่งเปิดร้านขายของชำได้ยังไม่ถึงเดือน ก็ถูกหลอกขายสินค้าแล้ว จึงอยากอยากแจ้งเตือนภัยถึงผู้ประกอบการร้านค้าขายของชำตามหมู่บ้านชุมชนต่างๆ ให้ระมัดระวัง และให้ตรวจดูสินค้า ราคา ให้ถี่ถ้วน ก่อนโดนหลอกสูญเสียเงินทอง ในยุคที่ทำมาหากินลำบาก และควรติดตั้งกล้องวงจรปิดเพื่อความปลอดภัยไว้ด้วย เพราะบางคนไม่มีข้อมูลอะไรเลย ร้านไม่ได้ติดกล้อง แจ้งความ คดีก็ไม่คืบ เพราะไม่มีข้อมูล รู้แต่หน้า เอาผิดยาก ส่วนตนยืนยันดำเนินการตามกฏหมายจนถึงที่สุด โดยได้ไปแจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่ สภ.บึงมะลู ไว้แล้ว เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างอีกต่อไป
อย่างไรก็ตามล่าสุด ทั้งเบอร์โทรศัพท์ ของชายคนดังกล่าว และเบอร์โทรศัพท์ของผู้หญิงที่โทรมาเจรจาขอคืนเงิน ก็ไม่สามารถติดต่อได้อีกเลยจนถึงตอนนี้.
✍️ ทีมข่าว จ.ศรีสะเกษ // รายงาน รายงาน