สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว และสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอน ร่วมประชุม สภาพัฒนาเศษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พร้อมเสนอ๓ประเด็นหลักถึงนายกรัฐมนตรี ที่จะมาประชุม ครม.สัญจรเชียงใหม่ หนุนอุโมงค์ เชียงใหม่-สะเมิง-แม่ฮ่องสอน และ ทบทวน งบพัฒนาจังหวัดแม่ฮ่องสอน จาก ๓๐๐ ล้าน เหลือเพียงแค่ ๔๐ ล้าน และทบทวน วีซ่านักท่องเที่ยว ให้เท่าเดิมคือ๖๐ วัน
วันนี้ ที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๖๙ เวลา ๑๐.๓๐ น.ทางสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้ลงพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนเพื่อรับฟังความคิดเห็น จากหน่วยงานและองค์กรภาคเอกชน เพื่อนำข้อมูลต่างและความต้องการของภาคเอกชน ไปนำเสนอกับทางนายกรัฐมนตรีที่จำนำคณะ ครม.สัญจร กลุมจังหวัดภาคเหนือตอนบน๑ ในห้วงเดือน สิงหาคม ๒๕๖๙ นี้
ทางสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยนายภานุเดชไชยสกูล ประธานสภาและนายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอนได้มอบหมายให้ นายสุเทพ กลิ่นกุหลาบไพร กรรมการสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอน เข้าร่วมประชุม เพื่อนำเสนอข้อมูลให้กับทางสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ข้อนำเสนอถึงนายกรัฐมนตรี ที่จะเดินทางมาประชุม ครม สัญจร กลุ่มภาคเหนือตอนบน๑ ในห้วงเดือน สิงหาคม ๒๕๖๙นี้ มีอยู่ ๓ ประเด็นด้วยกันคือ
ประเด็นที่๑.ช่วยผลักดัน โครงสร้างพื้นฐานและระบบ โลจิสติกส์(Logistic Road ) ขุดเจาะอุโมงสายเชียงใหม่-สะเมิง-แม่ฮ่องสอน เพื่อ ๑.เชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน ๒.พัฒนาคุณภาพชีวิตของคนแม่ฮ่องสอน ที่เดินทางมายังพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ได้สะดวกและรวดเร็วขึ้น จาก ๖ชั่วโมง เหลือแค่ ๒ชั่วโมง ๓. สามารถประหยัดพลังงานเชื้อเพลิง ในการเดินทาง ๔. สามารถจัดส่งผู้ป่วยให้ถึงมือหมอเฉพาะทางได้ทันเวลา ๕.ทำให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาจังหวัดแม่ฮ่องสอนเพิ่มมากขึ้น และ ฯลฯ
ประเด็นที่ ๒. ได้รับทราบจากทางการประชุมหลายเวที่ในจังหวัดแม่ฮ่องสอนทราบว่าจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้รับงบประมาณในการบริหารงานการพัฒนาจังหวัดเหลือเพียงแค่ ๔๐ ล้านบาทเท่านนั้นเองจาก เคยได้รับ ปีละ ๓๐๐ บาท ซึ่งหายไปกว่า ๒๖๐ ล้านบาท จึงขอให้ทางนายกรัฐมนตรี ทบทวน การตัดงบประมาณ ในการพัฒนาจังหวัดแม่ฮ่องสอน เนื่องจากจังหวัดแม่ฮ่องสอนยังต้องการการพัฒนาอีกหลายด้านหลายมิติ และเป็นจังหวัดที่ จนที่สุดในประเทศไทย และใช้ของแพงที่สุดในประเทศด้วย โดยเฉพาะน้ำมัน แพงที่สุดในประเทศ
ประเด็นที่๓.ขอให้ทบทวนการยกเลิvisa ของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวในประเทศไทย เดิม ๖๐ วันเหลือ ๓๐วัน จนส่งผลกระทบ นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางมาเที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอนโดยเฉพาะที่อำเภอปาย นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติหายไปกว่า๓๐เปอร์เซ็น เนื่อจากนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเที่ยวในประเทศเดินทางไปเที่ยวภาคใต้ก่อนซึ่งอยู่นาน๒-๓สัปดาห์ ไม่มีเวลาขึ้นมาเที่ยวทางภาคเหนือ จะต้องเดินทาวกลับเพาะ วีซ่า หมดเวลา
อย่างไรก็ตามทางสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว และสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอน เล็งเห็นถึงความสำคัญ ในการเดินทาง ระบบ โลจิสติกส์ และ งบประมาณแผ่นดินในการแก้ไขปัญหาพัฒนา โครงสร้างพื้นฐาน และพัฒนาคุณภาพชีวิตของคน ในพื้นที่ ซึ่งจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นจังหวัดที่มีประชาชนจนที่สุดในประเทศ และ ถนนในการเดินทางหมู่บ้าน ตำบล ยังเป็นถนนดิน ไม่สามารถเดินทางในฤดูฝน ดังนั้นจึงเรียกร้องให้ทางรัฐบาลพิจารณาเป็นกรณีพิเศษต่อไป...
✍️ ภานุเดช ไชยสกูล สำนักข่าวไทเกอร์นิวส์ รายงาน