ตามนโยบายของรัฐบาล ภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายใต้การนำของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร./ผอ.ศอ.ปส.ตร., พล.ต.อ.สมประสงค์ เย็นท้วม ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. และ พล.ต.ท. กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศอ.ปส. โดยศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศอ.ปส.ตร.) ได้ขับเคลื่อนมาตรการเชิงรุกอย่างต่อเนื่องและเข้มข้นในทุกมิติ ทั้งการสืบสวน สอบสวน ขยายผล ปราบปราม และ สกัดกั้นเครือข่ายยาเสพติดในและต่างประเทศ ควบคู่กับการติดตาม ตรวจยึด และอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง เพื่อทำลายโครงสร้างองค์กรอาชญากรรมและตัดวงจรทางการเงินของขบวนการค้ายาเสพติดอย่างเด็ดขาด พร้อมมุ่งเป้าสกัดกั้นเส้นทางลำเลียงจากแนวชายแดน ทำลายแหล่งพักคอยยาเสพติด และกดดันเครือข่ายผู้ค้ายาในทุกระดับ ก่อนยาเสพติดจะถูกกระจายเข้าสู่ชุมชน อันเป็นการป้องกันผลกระทบต่อประชาชนและสร้างความปลอดภัยให้แก่สังคมไทยอย่างเป็นรูปธรรม
วันนี้ (๒๓ มิ.ย. ๖๙) เวลา ๑๔.๐๐ น. ที่ กองบังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ๓ (ส่วนหน้า) จังหวัดเชียงใหม่ พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผบช.ปส., พล.ท.ชายแดน กฤษณสุวรรณ แม่ทัพน้อยที่๓/รอง ผบ.นบ.ยส.๓๕, พล.ต.ต.ธนะรัชต์ ชุมสวัสดิ์ รอง ผบช.ภาค ๕, พล.ต.ต. วรพจน์ ดิษยบุตร รอง ผบช.ปส., พล.ต.ต.อดิศ เจริญสวัสดิ์ ผบก.ปส.๓, พ.ต.อ.กฤษดา ศรีอิสาณ รอง ผบก.ปส.๓, พ.อ.สุกิจ ภิญโญ รอง ผอ.รมน.ภาค ๓ สย.๒, พ.ต.อ.วิศาลพงศ์ สร้อยกุลบดี รอง ผบก.ตชด.ภ.๓, นายอนุเทพ ธาระณะ ผู้อำนวยการส่วนตรวจสอบทรัพย์สิน ปปส.ภาค ๕ และ นายจักรพันธ์ ทองอ่ำ นายอำเภอแม่แตง แถลงผลการจับกุมเครือข่ายยาเสพติดรายสำคัญ ๒ คดี ยึดของกลางจำนวนมหาศาล ดังนี้
คดีแรก : สกัดรถขนไอซ์กลางดึก ยึดไอซ์ ๒๕๐ กิโลกรัม รวบผู้ต้องได้ ๑ ราย
เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน กก.๒ บก.ปส.๓ ได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานยาเสพติดในพื้นที่ติดตามความเคลื่อนไหวของเครือข่ายลำเลียงยาเสพติดที่ใช้พื้นที่ อ.แม่แตง จว.เชียงใหม่ เป็นจุดรับยา ก่อนส่งต่อไปยังพื้นที่ภาคกลาง กระทั่งคืนวันที่ ๒ มิ.ย.๖๙ พบรถยนต์อเนกประสงค์ยี่ห้ออีซูซุ สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน กท xxxx ลำพูน ขับเข้าไปในพื้นที่ อ.แม่แตง ก่อนขับออกมุ่งหน้าสู่พื้นที่ตอนในอย่างมีพิรุธ จึงเฝ้าติดตามและแสดงตัวเข้าตรวจค้นบริเวณถนนหน้าสถานีตำรวจภูธรแม่โจ้ ต.หนองหาร อ.สันทราย จว.เชียงใหม่ ผลการตรวจค้นพบชายผู้ขับขี่ ๑ ราย และพบ ไอซ์น้ำหนัก ๒๕๐ กิโลกรัม ซุกซ่อนอยู่ภายในรถ เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน บก.ปส.๓ ดำเนินคดีตามกฎหมาย
คดีที่สอง: บุกโกดังลับใต้ดิน ยึดยาบ้ากว่า ๗.๓๓ ล้านเม็ด รวบผู้ต้องหาเพิ่มอีก ๒ ราย
ภายหลังการจับกุมคดีแรก เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการสืบสวนขยายผลจนพบข้อมูลสำคัญว่าเครือข่ายดังกล่าวมีโกดังพักคอยยาเสพติดอยู่ในพื้นที่ บ้านแม่คะจาน ม๗ ต.ขี้เหล็ก อ.แม่แตง จว.เชียงใหม่ เจ้าหน้าที่จึงวางกำลังเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิด จนวันที่ ๒๑ มิ.ย.๖๙ พบผู้ต้องหา ๒ ราย กำลังเคลื่อนไหวมีพฤติการณ์จัดเตรียมยาเสพติดจำนวนมาก ภายในกระท่อมกลางสวนผลไม้ จึงเข้าตรวจสอบและจับกุมตัวไว้ได้ จากการตรวจค้นพบกระสอบบรรจุยาเสพติดจำนวนมากซุกซ่อนอยู่ภายใน “ช่องลับใต้ดิน” ที่ดัดแปลงขึ้นเพื่ออำพรางสายตาเจ้าหน้าที่ เมื่อตรวจสอบอย่างละเอียดพบว่าเป็น ยาบ้าจำนวน ๗,๓๓๐,๐๐๐ เม็ด จึงยึดไว้เป็นของกลาง พร้อมควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง ๒ ราย ส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย
การปฏิบัติการครั้งนี้ เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมคดียาเสพติดได้รวม ๒ คดี ผู้ต้องหา ๓ ราย ยึดยาบ้า จำนวน ๗,๓๓๐,๐๐๐ เม็ด และไอซ์ จำนวน ๒๕๐ กิโลกรัม นับเป็นอีกหนึ่งปฏิบัติการสำคัญในการตัดวงจรเครือข่ายค้ายาเสพติดรายใหญ่ และสกัดกั้นยาเสพติดจำนวนมหาศาลไม่ให้หลุดรอดเข้าสู่พื้นที่ชั้นในและแพร่กระจายสู่ชุมชน
พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผบช.ปส. กล่าวว่า ปฏิบัติการครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ ตร. และทุกภาคส่วนที่ร่วมกันขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลในการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างจริงจัง ซึ่งยาเสพติดล็อตใหญ่ที่ตรวจยึดได้ในครั้งนี้ หากหลุดรอดออกสู่ตลาดมืดจะสามารถสร้างความเสียหายต่อสังคมได้อย่างมหาศาล ทั้งต่อเด็ก เยาวชน และสถาบันครอบครัว การสกัดกั้นได้ตั้งแต่ต้นทางจึงเปรียบเสมือนการตัดวงจรการแพร่ระบาดและป้องกันไม่ให้ยาเสพติดจำนวนมหาศาลไหลเข้าสู่ชุมชน โดย บช.ปส. จะเดินหน้าปราบปรามเครือข่ายยาเสพติดอย่างเข้มข้นในทุกมิติ โดยเฉพาะการขยายผลไปถึงผู้สั่งการ นายทุน และเครือข่ายทางการเงินที่อยู่เบื้องหลัง เพื่อทำลายศักยภาพขององค์กรอาชญากรรมให้หมดสิ้น
สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอเชิญชวนประชาชนทุกท่านร่วมเป็นส่วนหนึ่งในภารกิจสำคัญนี้ร่วมกันปกป้องลูกหลานของเรา ให้ห่างไกลจากยาเสพติด เพื่อสังคมปลอดภัยและอนาคตรุ่นใหม่ที่มั่นคง หากพบเห็นหรือมีเบาะแสเกี่ยวกับ ยาเสพติด สามารถแจ้งได้ทันทีผ่านช่องทาง สายด่วน ๑๙๑ และสถานีตำรวจในพื้นที่ใกล้บ้าน หรือสายด่วน ศูนย์รับแจ้งเหตุ ยาเสพติด โทร.๑๕๙๙ ได้ตลอด ๒๔ ชั่วโมง โดยข้อมูลของผู้แจ้งจะถูกเก็บรักษาเป็นความลับอย่างเคร่งครัด
✍️ สำนักข่าวไทเกอร์นิวส์ รายงาน