จากนโยบายของรัฐบาลในการป้องกันและปราบปรามการลักลอบนำของผิดกฎหมายเข้าในประเทศ
ดร. เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้กรมศุลกากรเข้มงวดในการปราบปรามสินค้าผิดกฎหมาย เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล กรมศุลกากร โดยนายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร รับนโยบายและสั่งการให้ทุกหน่วยปฏิบัติการอย่างเคร่งครัด
เมื่อวันที่ ๒๓ มิถุนายน ๒๕๖๙ นางสาวสุนทรียา ทวิชาประสิทธิ์ รองอธิบดีกรมศุลกากร และนางสาวลลิตา
อรรถพิมล ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรภาคที่ ๒ ได้สั่งการให้ นายสุรัตน์ เรืองประยูร ผู้อำนวยการส่วนควบคุมทางศุลกากร ศภ.๒ พร้อมด้วยนายณัฐภูมิ ดอกพุฒ หัวหน้าฝ่ายสืบสวนและปราบปราม สคศ. ศภ.๒ เจ้าหน้าที่
ฝ่ายสืบสวนและปราบปราม ศภ.๒ ร่วมกับด่านศุลกากรนครพนม และหน่วยสืบสวนปราบปรามประจำพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ฝปป.๒ สปป.๑ กสป. ร่วมกันเข้าตรวจสอบพัสดุภัณฑ์ที่รับขนส่งโดยศูนย์ไปรษณีย์ในพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร จากการตรวจสอบพบ บุหรี่เมืองกำเนิดต่างประเทศ มิได้ปิดอากรแสตมป์ และไม่ปรากฏหลักฐานในการนำเข้ามาในราชอาณาจักรหรือผ่านพิธีการศุลกากรโดยถูกต้อง จำนวน ๒๘๐ คอตตอน (จำนวน ๕๖,๐๐๐ มวน) และบุหรี่ไฟฟ้าชนิดใช้แล้วทิ้ง จำนวน ๑๒๓ ชิ้น ซึ่งเป็นของต้องห้ามนำเข้ามาในราชอาณาจักร มูลค่ารวมกว่า ๓ แสนบาท
จึงได้ทำการยึดของกลางไว้ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป กรณีดังกล่าวเป็นความผิดฐานลักลอบนำของที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากรเข้ามาในราชอาณาจักร ตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. ๒๕๖๐ และเป็นของต้องห้ามนำเข้ามาในราชอาณาจักร ตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดให้บารากู่และบารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้าเป็นสินค้าที่ต้องห้ามในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ. ๒๕๕๗ และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง
✍️ ไกรสมุทร นามโพธิ์ไทร สำนักข่าวไทเกอร์นิวส์ รายงาน