นนทบุรี - กระทรวงสาธารณสุข  เปิดตัวโครงการ "กระเป๋าสุขภาพดิจิทัลระดับภูมิภาค" ตอกย้ำความมุ่งมั่นสร้างระบบสุขภาพที่เท่าเทียมและปลอดภัย

🕓 เผยแพร่เมื่อ ๑๗ มิ.ย. ๒๕๖๙

หมวดหมู่ข่าว: top-news

ภาพข่าว วันนี้(๑๗ มิถุนายน ๒๕๖๙) เวลา ๙.๐๐ น. นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อเริ่มต้นโครงการกระเป๋าสุขภาพดิจิทัลระดับภูมิภาค (Regional Digital Health Wallets Inception Workshop) ณ โรงแรมแกรนด์ ริชมอนด์ จังหวัดนนทบุรี โดยมี ดร. ไอหลาน ลี (Dr. Ailan Li) ผู้แทนองค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทย และตัวแทนจากภาคีเครือข่ายเข้าร่วม เพื่อผลักดันการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน        ภาพข่าว ภาพข่าว นายพัฒนา กล่าวว่า รัฐบาลไทยให้ความสำคัญสูงสุดกับการพัฒนาสุขภาพดิจิทัล เพื่อลดช่องว่างการเข้าถึงบริการสาธารณสุข โดยมุ่งเน้นความสะดวก รวดเร็ว และเท่าเทียม ผ่านการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และระบบสารสนเทศที่มีความปลอดภัยสูง การประชุมในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์เพื่อพัฒนาระบบระเบียนสุขภาพส่วนบุคคล (Personal Health Records) และกระเป๋าสุขภาพดิจิทัล (Digital Health Wallets) ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด         ภาพข่าว ภาพข่าว นายพัฒนากล่าวต่อว่าการขับเคลื่อนระบบสุขภาพดิจิทัลไทย ที่สำคัญประกอบด้วย ๓กลไกหลักได้แก่     ๑.แพลตฟอร์มระเบียนสุขภาพส่วนบุคคล (MOPH PHR): เชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพทั่วประเทศ ทั้งโรงพยาบาลรัฐ มหาวิทยาลัย และเอกชน เพื่อความต่อเนื่องในการรักษาและลดการซ้ำซ้อน      ๒.การใช้ระบบการส่งต่อผู้ป่วยดิจิทัล (MOPH Refer): เพิ่มประสิทธิภาพการประสานงานระหว่างสถานพยาบาล ลดขั้นตอนเอกสาร และลดความเสี่ยงจากความผิดพลาดทางการแพทย์ และ ๓.การใช้แอปพลิเคชัน "หมอพร้อม" (MohPrompt SuperApp) เป็นประตูสู่บริการดิจิทัลด้านสุขภาพครบวงจร ทั้งการนัดหมาย การตรวจสอบสิทธิการรักษาพยาบาล และเข้าถึงเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งประชาชนสามารถเข้าถึงได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย          ภาพข่าว  นอกจากนี้ กระทรวงสาธารณสุขยังให้ความสำคัญกับ "ความครอบคลุมและเท่าเทียม" โดยมีบริการดูแลผู้ป่วย (Caregiver Services) เพื่อช่วยเหลือผู้สูงอายุและกลุ่มเปราะบางที่อาจเข้าไม่ถึงเทคโนโลยี เพื่อให้มั่นใจว่าจะ "ไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง" ในยุคดิจิทัล        นายพัฒนากล่าวต่อไปว่า สำหรับการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (AI) นั้น ได้วางกลยุทธ์ ๓ ด้าน ได้แก่ การสร้างรากฐานบุคลากรและโครงสร้างพื้นฐาน, การพัฒนากลยุทธ์ AI ที่เหมาะสมกับบริบทสุขภาพ และการสร้างความร่วมมือระดับนานาชาติ เพื่อการใช้งาน AI อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ       "ประเทศไทยยึดมั่นในการทำงานร่วมกับนานาชาติภายใต้แนวคิด 'การเป็นผู้นำด้านการทำงานร่วมกันของระบบดิจิทัล' (Leading for Interoperability) เพราะเราเชื่อมั่นว่าการที่ระบบสุขภาพสามารถเชื่อมโยงกันได้ถือว่าเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างระบบสุขภาพที่เข้มแข็ง และสร้างประโยชน์สูงสุดให้แก่ประชาชนอย่างยั่งยืน" นายพัฒนา กล่าว ภาพข่าว ภาพข่าว ภาพข่าว ภาพข่าว ภาพข่าว ภาพข่าว ภาพข่าว ภาพข่าว ภาพข่าว ภาพข่าว ภาพข่าว ภาพข่าว ภาพข่าว

✍️ ประยงค์  วิลัย สำนักข่าวไทเกอร์นิวส์ รายงาน

🗞️ สำนักข่าวไทเกอร์นิวส์ - TIGERNEWSREPORT.COM เว็บไซต์ข่าวภูมิภาค ข่าวด่วนทั่วไทย รายงานโดยทีมข่าวประจำภูมิภาค