อำเภอประโคนชัย หนุ่มวัย ๔๕ ปีคาใจถูกบริษัทประกันภัยแบบ ๒ บวกปฏิเสธชดใช้ค่าเสียหาย อ้าง”ไม่มีคู่กรณี”เจ้าตัวมีภาพจากวงจรปิด มีพยานเป็นพนักงานร้านสะดวกซื้อ มีทะเบียนรถคู่กรณีแต่ได้หลบหนีไป อยากถามผู้รู้ว่าหลักฐานทั้งหมดคือคู่กรณีหรือไม่
วันที่ ๓ มิ.ย.๒๕๖๙ ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากนายชัชชวาล ศรีจุ้ยช้าย อายุ ๔๕ ปี บ้านเลขที่ ๖๕ หมู่ ๓ ต.บ้านไทร อ.ประโคนชัยจ.บุรีรัมย์ ว่าอยากให้นำเหตุการณ์ที่ตัวเองประสบมา ไปเผยแพร่เป็นกรณีศึกษาสำหรับผู้ทำประกันกับบริษัทประกันทั่วไป และอยากให้ผู้รู้มาชี้แนะ
นายชัชชวาล เล่าว่า เมื่อวันที่ ๓๑ พ.ค.ที่ผ่านมา ตนได้พาครอบครัวไปทำบุญที่วัดแห่งหนึ่ง ในเขต อ.พุทไธสง จ.บุรีรัมย์ ขากลับบ้านได้แวะเข้าปั๊ม ปตท.ทางจะไปจังหวัดบุรีรัมย์
โดยจอดรถแถวที่ ๒ ของขอบฟุตบาทร้านสะดวกซื้อแล้วตนเข้าไปซื้อสินค้า พอออกมาพบว่าบริเวณไฟหน้าด้านซ้ายมีร่องรอยของการถูกเฉี่ยวชนเพราะไฟหน้าแตก จึงหันไปซ้ายขวาว่าใครเป็นคนชน
จากนั้นได้มีพนักงานของร้านสะดวกซื้อเดินออกมาแจ้งว่ารถที่ชนได้หนีไปแล้ว แต่ได้จดลักษณะของรถเป็นรถกระบะ แคปยี่ห้อโตโยต้าสีขาว ทะเบียน”บท ๑๔๔๔ บุรีรัมย์”พนักงานร้านสะดวกซื้อยังเอาภาพจากกล้องวงจรปิดขณะเกิดเหตุมาให้ตนเอาไว้เป็นหลักฐานออีกด้วย เป็นภาพชัดเจนเวลาประมาณ ๑๔.๓๗ น.รถคันดังกล่าวได้ถอยออกมาแล้วชนรถของตนอย่างจัง จากนั้นได้ขับเลื่อนไปจอดที่เดิมประมาณ ๔๐ วินาทีแล้วขับหนีออกไป
จากนั้นตนได้โทรศัพท์เรียกตัวแทนบริษัทประกันภัย ซึ่งตนได้ทำเอาไว้เป็นแบบ ๒ บวก พอพนักงานบริษัทประกันมาถึงถามตนว่า”มีคู่กรณีหรือไม่”ตนตอบกับไปว่ามีเป็นรถกระบะตามทะเบียนพร้อมเอาหลักฐานเป็นภาพวงจรปิดไปให้ดู
แต่พนักงานบริษัทประกันตอบว่า ประกันแบบ ๒ บวกบริษัทจะชดใช้ก็ต่อเมื่อมีคู่กรณีเท่านั้น ตนก็ตอบไปว่า”คู่กรณีมีตามหลักฐานไงครับ”เพียงแต่เขาหลบหนีไป ตนไม่สามารถวิ่งติดตามได้ พนักงานบริษัทประกันยืนยันอีกว่าคู่กรณีจะต้องอยู่เท่านั้นจึงจะมีผลทางประกัน
นายชัชชวาล กล่าวด้วยว่า ตอนนี้ตนงงกับระบบประกัน ๒ บวกเป็นอย่างมาก ตนยอมรับหากตนหาคู่กรณีไม่เจอ แต่กรณีนี้เห็นทั้งภาพเคลื่อนไหว ได้ทั้งทะเบียนรถตนมองว่าภาพในวงจรปิดคือ”คู่กรณี”ชัดเจน แต่ทำไมบริษัทกลับบ่ายเบี่ยง จึงอยากจะให้ผู้รู้ด้านนี้มาชี้แนะเพื่อเป็นวิทยาทาน ให้ผู้ที่มีประกันภัย หรือผู้ที่คิดจะไปซื้อประกันภัยได้เรียนรู้ไปด้วยกัน
สำหรับประกันรถยนต์ ๒+ (หรือ ประกันชั้น ๒ พลัส) คือ “ประกันภัยรถยนต์ที่ให้ความคุ้มครองคล้ายประกันชั้น ๑ แต่เบี้ยประกันถูกกว่ามาก โดยเน้นคุ้มครองกรณี "รถชนรถ" (มีคู่กรณีเป็นยานพาหนะทางบก) และคุ้มครองครอบคลุมถึงไฟไหม้ รถหาย และน้ำท่วม ตามเงื่อนไขของแต่ละกรมธรร ชนกับยานพาหนะทางบก คุ้มครองทั้งรถเราและรถคู่กรณี (เช่น รถชนกับรถยนต์, มอเตอร์ไซค์, รถบรรทุก) โดยไม่ต้องกังวลว่าใครจะเป็นฝ่ายผิด
คุ้มครองเสริม: จ่ายค่าชดเชยกรณีรถสูญหาย ไฟไหม้ และภัยธรรมชาติ (เช่น น้ำท่วม) ตามทุนประกันที่เลือกไว้ เงื่อนไขสำคัญ มักระบุให้ต้องมี "คู่กรณีที่เป็นยานพาหนะ" หากขับชนเสา ชนต้นไม้ หรือพลิกคว่ำเอง (ไม่มีคู่กรณี) จะไม่
สามารถเคลมค่าซ่อมรถตัวเองได้”
✍️ วาทิตย์ แสนธุปี สำนักข่าวไทเกอร์นิวส์ รายงาน