เมื่อวันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๖๙ นายเอกสิทธิ์ กนกวิจิตร กรรมการผู้จัดการ บริษัท พันทิพ (๑๙๗๐) จำกัด ผู้ได้รับอนุญาตประกอบการขนส่งด้วยรถโดยสารสาธารณะจากกรมการขนส่งทางบก ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองสุราษฎร์ธานี เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับผู้จำหน่ายตั๋วโดยสารที่ไม่ได้รับอนุญาต หรือที่เรียกว่า “ทัวร์ผี” ภายหลังได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้โดยสารที่ใช้บริการเส้นทางตลาดเกษตร–เขื่อนรัชชประภา
จากการตรวจสอบพบว่า ผู้เสียหายได้ซื้อตั๋วโดยสารจากร้านจำหน่ายตั๋วที่ไม่ได้รับอนุญาต โดยมีการเรียกเก็บค่าโดยสารสูงกว่าราคาจริงที่บริษัทกำหนดไว้ นอกจากนี้ยังพบพฤติการณ์ส่งบุคคลแฝงตัวเป็นผู้โดยสารเข้ามาซื้อตั๋วจากศูนย์บริการรับ-ส่งผู้โดยสาร ก่อนนำตั๋วไปแก้ไขข้อมูลราคาแล้วนำไปจำหน่ายต่อให้กับผู้โดยสาร สร้างความเข้าใจผิดและความเสียหายแก่ผู้ใช้บริการ
หลังจากผู้เสียหายทราบว่าถูกเรียกเก็บค่าโดยสารเกินจริง จึงได้นำเรื่องราวเผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ กระทั่งนายอวิรุทธ์ ชูมี (ปิ่น พันทิพ) ซึ้งเป็นเจ้าหน้าที่ของบริษัทได้รับทราบและประสานติดต่อเพื่อรวบรวมข้อมูล ก่อนรายงานให้ผู้บริหารรับทราบและประสานไปยังสำนักงานขนส่งจังหวัดสุราษฎร์ธานี จนนำมาสู่การแจ้งความดำเนินคดีในครั้งนี้
นายเอกสิทธิ์ เปิดเผยว่า การกระทำดังกล่าวไม่เพียงสร้างความเสียหายแก่ผู้โดยสารเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อชื่อเสียงของบริษัทและภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดสุราษฎร์ธานี เนื่องจากผู้โดยสารเข้าใจว่าเป็นการจำหน่ายตั๋วของบริษัท ทั้งที่ผู้กระทำไม่ได้เป็นพนักงานหรือผู้แทนของบริษัทแต่อย่างใด ทั้งนี้ บุคคลดังกล่าวเคยถูกดำเนินการตามกฎหมายและถูกปรับโดยสำนักงานขนส่งจังหวัดสุราษฎร์ธานีมาแล้วหลายครั้ง แต่ยังคงกระทำผิดซ้ำอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังมีการแก้ไขข้อความอันเป็นสาระสำคัญในเอกสารของบริษัท อันอาจเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายเกี่ยวกับการปลอมแปลงเอกสาร ส่งผลให้บริษัทได้รับความเสียหายต่อความน่าเชื่อถือที่สั่งสมมายาวนาน
บริษัทจึงได้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน เพื่อขอให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการออกหมายเรียกผู้เกี่ยวข้องมารับทราบข้อกล่าวหา และดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด
พร้อมกันนี้ บริษัท พันทิพย์ (๑๙๗๐) จำกัด ยืนยันว่าจะบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ทั้งสำนักงานขนส่งจังหวัด ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อกวดขันและปราบปรามผู้ประกอบการขนส่งที่ไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงผู้ที่นำรถมาวิ่งรับส่งผู้โดยสารโดยผิดกฎหมาย อันเป็นการเอาเปรียบผู้ประกอบการที่ดำเนินกิจการอย่างถูกต้องตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒
บริษัทฯ ยังขอประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเลือกใช้บริการรถโดยสารสาธารณะจากศูนย์รับ-ส่งผู้โดยสารเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี ซึ่งตั้งอยู่ด้านหลังตลาดเกษตร ๒ (เดิม) อันเป็นศูนย์กลางการให้บริการรถโดยสารสาธารณะทั้งภายในจังหวัดและระหว่างจังหวัด เพื่อความปลอดภัยและได้รับอัตราค่าโดยสารที่เป็นธรรม
นายเอกสิทธิ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า บริษัทไม่เคยขัดขวางการประกอบอาชีพของผู้ใด หากเป็นการดำเนินธุรกิจที่ถูกต้องตามกฎหมายและอยู่บนพื้นฐานของความเป็นธรรม แต่หากเป็นการแสวงหาผลประโยชน์โดยเอารัดเอาเปรียบประชาชนเกินสมควร บริษัทจำเป็นต้องดำเนินการอย่างเด็ดขาด และขอให้ผู้กระทำยุติพฤติกรรมดังกล่าวโดยทันที เพื่อรักษามาตรฐานการให้บริการและความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบขนส่งสาธารณะของจังหวัดสุราษฎร์ธานี.
✍️ สุพจน์ คำจันทร์ สำนักข่าวไทเกอร์นิวส์ รายงาน