อำเภอเมือง หญิงวัย ๕๓ ตัดสินใจถอยโทรศัพท์มือถือ ๑.๕ หมื่นเพื่อเอามาใช้ลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัส มั่นใจรัฐบาลชุดนี้จะมีหลายโครงการอีกหลายโครงการหลังจากนี้ ขณะบรรยากาศที่ธนาคารกรุงไทยคึกคักต่อเนื่องเป็นวันที่ ๓
วันที่ ๒๗ พ.ค.๒๕๖๙ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศที่บริเวณหน้าธนาคารกรุงไทย สาขาบุรีรัมย์ ยังเนืองแน่นด้วยประชาชนที่ต้องการมายืนยันตัวตนกับธนาคาร ส่วนใหญ่กลุ่มนี้ไม่มีโทรศัพท์แบบสมาร์ทโฟน ผู้ที่มาลงทะเบียนเป็นครั้งแรกและผู้ที่ลืมรหัสผ่านตอนลงทะเบียนคนละครึ่งก่อนหน้านี้ มีเจ้าหน้าที่ธนาคารมาคอยอธิบายกฎระเบียบเป็นระยะ พร้อมแจกน้ำดื่มให้ผู้ที่มาติดต่อได้รับประทานฟรี
น.ส. ฉวีวรรณ ปะสุตัง(เสื้อน้ำเงิน) อายุ ๖๐ ปี ชาว อ.บ้านด่าน ก่อนหน้านี้เคยลงทะเบียนคนละครึ่งมาแล้ว แต่ไม่สามารถยืนยันตัวตนได้เพราะลืมรหัสผ่าน พอมาถึงครั้งนี้จึงจำเป็นต้องมายืนยันตัวตนกับธนาคาร วันนี้มาเป็นวันที่ ๓ แล้วเพราะคนเยอะต้องกลับบ้านไปก่อน แต่วันนี้จะเอาให้ได้
ด้านนาง วรรณพร ภาระเวช อายุ ๕๓ ปี (เสื้อน้ำตาล ) ชาว อ.ห้วยราช เล่าว่าก่อนหน้านี้ชั่งใจว่าจะลงทะเบียนรับเงินไทยช่วยไทยพลัสหรือไม่ เพราะโทรศัพท์เครื่องเดิมเก่าไม่เป็นแบบสมาร์ทโฟนไม่สามารถลงทะเบียนด้วยการยืนยันตัวตนได้
เมื่อคุยกับลูกสาว จึงตัดสินใจซื้อโทรศัพท์มาในราคา ๑๕,๐๐๐ บาทเพราะยังเชื่อว่ารัฐบาลชุดนายกฯอนุทิน จะมีโครงการในลักษณะนี้ออกมาอีก ตอนนี้ถือว่าเดินเครื่องเต็มสูบเพื่อรอรับสวัสดิการดีๆของรัฐบาลชุดนี้
✍️ สำนักข่าวไทเกอร์นิวส์ รายงาน