บุรีรัมย์ ใช้ไม้เบสบอลซ้อมน่วมรักษาตัว ๒ เดือนไม่จ่ายอ้างเป็นหมาตำรวจ

🕓 เผยแพร่เมื่อ ๒๔ พ.ค. ๒๕๖๙

หมวดหมู่ข่าว: top-news

ภาพข่าว อำเภอคูเมือง แม่วัย ๖๐ ปีน้ำตาซึม ลูกชายวัย ๓๘ ปีถูกคนบ้านเดียวกันใช้ไม้เบสบอลตีปางตายเอาร่างมาทิ้งไว้หลังหมู่บ้าน เข้า ICU ซี่โครงหัก,กระดูกตาหัก,กระทบสมอง นอนรักษา ๒ เดือนตำรวจแจ้งข้อหา”ทำร้ายร่างกาย”เจรจาเรียกค่าเสียหายไม่จ่ายอ้างเป็น”หมาตำรวจ”ผ่านไป ๑ ปี ๗ เดือนคดีไม่คืบวอนผู้รู้แนะนำ วันที่ ๒๔ พ.ค.๒๕๖๙ ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านที่ ต.ปะเคียบ อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ ว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจากกระบวนการยุติธรรมของ สภ.คูเมือง อ.คูเมือง หลังจากลูกชายถูกคนรู้จักกันทำร้ายปางตายแต่คดีกลับไม่คืบหน้า คนร้ายอ่างว่ารู้จักตำรวจ ซ้ำยังโดนตำรวจข่มขู่อย่างหนักให้ยุติเรื่อง ตรวจสอบผู้ร้องเรียนคือนางทองมวล อุตรศรี อายุ ๖๐ ชาวบ้าน ต.ปะเคียบ อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ นางทองมวล เล่าว่า เมื่อวันที่ ๑๐ ต.ค. ๒๕๖๗ ตอนนั้นตนอยู่ที่บ้านมีชาวบ้านมาแจ้งว่าลูกชาย(นายองอาจ อมรรัตน์ อายุ ๓๕ ปี)โดนทำร้ายแล้วมีคนเอาร่างมาทิ้งไว้ท้ายหมู่บ้าน บอกว่าอาการน่าเป็นห่วง ตนจึงรีบไปหาลูกพบว่าหน้าตาปูดบวมตามร่างกายช้ำทั้งร่าง หน่วยกู้ภัยนำตัวส่งโรงพยาบาลคูเมือง ก่อนจะส่งต่อไปรักษาที่โรงพยาบาลศูนย์บุรีรัมย์ เข้าห้อง ICU ๓ วัน หมอแจ้งว่ากระดูกซี่โครงหัก ๓ ซี่ ,กระดูกตาหัก และสมองได้รับกระทบกระเทือน และรักษาที่โรงพยาบาลเรื่อยมารวมประมาณ ๒ เดือน ก่อนจะมาพักฟื้นที่บ้านในสภาพไม่ปกติ นางทองมวล เล่าด้วยว่า วันเกิดเหตุลูกชายซึ่งมีรถเกี่ยวข้าว เดินทางไปที่เขต อ.แคนดง จ.บุรีรัมย์ เพื่อไปหานายหน้า แล้วไปเจอนายเฉลียว หรือหนุ่ม แดงเรืองรัมย์ อายุ ๓๙ ปี ซึ่งเป็นคนบ้านเดียวกันจากนั้นได้มีการพูดหยอกกันไปมา แต่นายหนุ่ม ซึ่งตอนนั้นคาดว่าเมายา ใช้ไม้เบสบอลตีดังกล่าว แล้วเอาร่างมาทิ้งไว้ที่ ต.ปะเคียบ อ.คูเมือง จนมีชาวบ้านมาแจ้งดังกล่าว จากนั้นตนได้เริ่มเดินเรื่องจนกระทั่งนายหนุ่ม ให้การรับสารภาพว่าได้ก่อเหตุจริง ตอนนั้นมี พ.ต.ท.ขัติยะ เพชรกล้า สารวัตร(สอบสวน)สภ.คูเมือง เป็นเจ้าของคดีรับเรื่องเอาไว้ ในเวลาต่อมาตำรวจแจ้งข้อกล่าวหานายหนุ่ม ฐาน”ทำร้ายร่างกาย”ตนกับญาติตกใจมากเพราะลูกชายปางตายแต่กลับมาแจ้งข้อหาว่าทำร้ายร่างกาย แล้วให้มีการเจรจาตกลงชดใช้ค่าเสียหาย กระทั่งพนักงานสอบสวนเรียกไปเจรจากัน มีการตกลงชดใช้ค่าเสียหายเป็นจำนวนเงิน ๑๒๐,๐๐๐ บาท โดยนายหนุ่ม ขอแบ่งจ่ายให้เป็น ๓ งวด ๆละ ๔๐,๐๐๐ บาท เมื่อถึงเวลานายหนุ่ม กลับไม่ยอมจ่ายและไม่ยอมมาพบตำรวจ ตนจึงไปสอบถามโดยตรงกับนายหนุ่ม ปรากฎว่าได้รับคำตอบว่า”ให้ไปแล้วอยู่กับตำรวจ”เมื่อตนย้อนไปถามพนักงานสอบสวนกลับบอกว่า”ไม่ได้รับ”โยนกันไปมาหลายครั้งสุดท้ายนายหนุ่ม บอกว่า”ไม่จ่ายแล้ว”เพราะตนเป็นเด็กนาย(เด็กตำรวจวงการเรียกว่า”หมาตำรวจ”หรือคนเดินยา) หลังจากนั้นพนักงานสอบสวนได้แจ้งมาว่าเหตุเกิดที่ อ.แคนดง จะต้องย้ายคดีไปที่ต้นทาง ทำให้ตนและครอบครัวสับสนจนถึงเวลานี้คดีล่วงเลยมา ๑ ปี ๗ เดือนยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ จึงอยากจะเรียกร้องให้ผู้รู้หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยเหลือคดีของลูกชายตนด้วย ขณะที่นายองอาจ วรรัตน์ อายุ ๓๖ ปี คนถูกทำร้ายเล่าว่าตอนนี้เรื่องเกิดขึ้นมากว่าปีครึ่ง แต่คดียังไม่เดินหน้าไปไหน กลับมีการโอนคดีไปมา รู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม อยากให้ผู้ใหญ่เห็นใจตนซึ่งตอนนี้ร่างกายไม่พร้อมที่จะทำงานเต็มที่แล้วจากการถูกทำร้าย ภาพข่าว ภาพข่าว ภาพข่าว ภาพข่าว

✍️ สำนักข่าวไทเกอร์นิวส์ รายงาน

🗞️ สำนักข่าวไทเกอร์นิวส์ - TIGERNEWSREPORT.COM เว็บไซต์ข่าวภูมิภาค ข่าวด่วนทั่วไทย รายงานโดยทีมข่าวประจำภูมิภาค