อำเภอเมือง บรรดาร้านค้าจำหน่ายลูกชิ้นยืนกินบนสถานีรถไฟบุรีรัมย์ ต่างเตรียมพร้อมรับโครงการ”ไทยช่วยไทยพลัส”จัดโปรโมชั่นเพิ่ม เผยหลังจากราคาน้ำมันปรับขึ้นส่งผลกระทบทั้งการซื้อสินค้าและส่งสินค้า เชื่อโครงการนี้จะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจให้ฟื้นกลับมาได้ในระดับหนึ่ง
วันที่ ๒๔ พ.ค.๒๕๖๙ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศบริเวณลานด้านหน้าของสถานีรถไฟบุรีรัมย์ ซึ่งได้จัดให้เป็นโซนจำหน่ายลูกชิ้นยืนกินที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของหนึ่งสินค้าของคนบุรีรัมย์ รวมถึงลิซ่า อลิษา มโนบาล ชาวจังหวัดบุรีรัมย์ แร็ปเปอร์ นักร้อง นักเต้น และนักแสดงชาวไทย รู้จักกันในฐานะสมาชิกของแบล็กพิงก์ เกิร์ลกรุปเกาหลีใต้ บรรดาแม่ค้าเจ้าของร้านแต่ละร้านได้เริ่มคึกคักขึ้นและได้เตรียมความพร้อมแล้ว
หลังจากในวันที่ ๒๕ พ.ค.นี้จะมีการเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการตั้งแต่เวลา ๐๖.๐๐-๒๒.๐๐ น.ผ่านแอปพลิเคชั่น”เป๋าตัง”สำหรับบุคคลทั่วไปจำนวน ๓๐ ล้านสิทธิ์ ไม่เกี่ยวกับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐประมาณ ๑๓.๒๒-๑๓.๔ ล้านคนจะได้รับสิทธิ์โดยอัตโนมัติ อีก ๗๐๐ บาทจากที่ได้รับแล้ว ๓๐๐ บาท
การเปิดลงทะเบียนดังกล่าวสร้างความตื่นเต้นให้กับผู้ประกอบการรายย่อยในจังหวัดบุรีรัมย์เป็นอย่างมากเพราะทุกร้านค้าเชื่อว่าจะมียอดขายเพิ่มขึ้นจากที่ซบเซามานาน โดยเฉพาะกลุ่มผู้จำหน่ายลูกชิ้นยืนกินซึ่งมีอยู่ประมาณ ๑๐ ร้านค้า ต่างตื่นเต้นหลังซบเซาอันเนื่องมาจากสภาวะเศรษฐกิจ บวกกับราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นแบบไม่รู้ทิศทาง
นาย สมพงษ์ สีหาบุตร อายุ ๔๑ ปีเจ้าของร้านลูกชิ้นยายงอ กล่าวว่าตอนนี้แต่ละร้านค้าได้เตรียมความพร้อมไว้หมดแล้ว และถือเป็นความคาดหวังของผู้ประกอบการรายย่อย
ที่ผ่านมาร้านค้าต่างได้รับผลกระทบกันอย่างหนักทั้งราคาน้ำมันที่สูงขึ้นส่งผลกระทบต่อราคาวัตถุดิบที่ซื้อมา กระทบต่อค่าขนส่งของลูกค้าที่สั่งทางออนไลน์ ในส่วนของร้านค้าก็จะกระตุ้นยอดขายด้วยการจัดโปรโมชั่นต่างๆให้กับลูกค้า ต้องขอขอบคุณรัฐบาลชุดนี้ที่หาแนวทางกระตุ้นเศรษฐกิจ หากเป็นไปได้ก็อยากให้เตรียมกระตุ้นยอดขายอีก
✍️ สำนักข่าวไทเกอร์นิวส์ รายงาน