สภาผู้แทนราษฎรการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๗ ปีที่ ๑ ครั้งที่ ๑๔
วันที่ ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๖๙
ญัตติด่วนด้วยวาจา
ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาศึกษาเเนวทางการแก้ไขปัญหา
เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในการเดินรถขนส่งทางรางในเขตเมือง
ครับท่านประธานสภาที่เคารพผมเอกรัฐพลซื่อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ดเขต ๒ พรรคกล้าธรรมครับ วันนี้ผมขอร่วมอภิปรายยัตติด่วนกรณีอุบัติเหตุรถไฟชนรถโดยสารในครั้งนี้ครับ
ก่อนอื่นครับผมต้องขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตผู้บาดเจ็บและผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ครั้งนี้ คนที่จากไปเขาอาจเป็นพ่อของใครบางคน เป็นแม่ที่กำลังกลับบ้าน เป็นลูกที่ครอบครัวกำลังรออยู่หรือเป็นคนหาเช้ากินค่ำที่แค่ต้องการเดินทางกลับไปหาคนที่รัก แต่สุดท้ายครับพวกเขาจะไม่มีโอกาสได้กลับบ้านอีกเลย
วันนี้สิ่งที่สภาแห่งนี้คนช่วยกันหาคำตอบไม่ใช่เพียงว่าใครผิดแต่คือเราจะทำอย่างไรไม่ให้เกิดเหตุการณ์สูญเสียแบบนี้อีกเพราะจุดที่เกิดเหตุครั้งนี้ไม่ได้อยู่บนทางรถไฟใหม่ไม่ได้อยู่ในพื้นที่ห่างไกลแต่มันอยู่บนแนวเส้นทางรถไฟสายตะวันออกซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานเก่าแก่ของประเทศที่ใช้งานมาเป็นร้อยกว่าปี
รถไฟสายนี้ยังคงวิ่งผ่านเมืองผ่านชุมชนผ่านชีวิตของผู้คนมาโดยตลอดแต่สิ่งที่น่าตั้งคำถามคือขณะที่ประเทศเปลี่ยนไปเมืองขยายตัวรถยนต์เพิ่มขึ้นมหาศาลการจราจรซับซ้อนขึ้นทุกปีความปลอดภัยของเราเปลี่ยนตามทันหรือยังหรือเรายังคงปล่อยให้ประชาชนในปัจจุบันต้องใช้ชีวิตอยู่กับจุดตัดทางรถไฟที่ถูกออกแบบมาตั้งแต่ยุคเมื่อกว่าศตวรรษก่อนและที่น่ากังวลยิ่งกว่านั้นคือสัญญาณของปัญหาอาจปรากฏให้เห็นมานานแล้วหลังเกิดเหตุโศกฆาตกรรมนี้
ผมได้ไปเห็นคลิปวิดีโอเก่ามีสื่อออนไลน์เป็นคลิปเมื่อประมาณ ๘ ปีที่แล้วเป็นจุดเดียวกับที่เกิดอุบัติเหตุครั้งนี้ภาพที่เห็นคือรถติดค้างอยู่บนรางรถไฟ เจ้าหน้าที่ต้องเดินโบกรถทีละคันและรถไฟต้องหยุดรอเพื่อรอระบายรถออกจากรางรถไฟ นั่นหมายความว่านี่ไม่ใช่อุบัติเหตุที่ไม่มีใครคาดคิดแต่มันคือระเบิดเวลาของระบบที่สังคมมองเห็นมานานแล้วเพียงแต่ยังไม่มีใครลงมือแก้ไขอย่างจริงจังจนวันนี้มันต้องแลกมาด้วยชีวิตของประชาชนอีกครั้งท่านประธานครับเมื่อผมศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมผยิ่งมรู้สึกว่าปัญหานี้ใหญ่กว่าที่คาดคิด ครับปัจจุบันประเทศไทยมีจุดตัดทางรถไฟรวมเกือบ ๓,๐๐๐แห่ง ใน ๔๗ จังหวัดในจำนวนนี้มีจุดเสี่ยงสูงประเภททางลักผ่านถึง ๖๒๖ แห่ง
และข้อมูลยังระบุว่าอุบัติเหตุกว่า ๘๗% เกิดจากจุดลักผ่านที่ไม่มีเครื่องกั้นขณะเดียวกันสถิติอุบัติเหตุทางรางรถไฟช่วงปี ๕๘ ถึงปี ๖๔ เกิดอุบัติเหตุสะสมถึง ๔๓๗ ครั้งมีผู้เสียชีวิต ๑๖๓ รายบาดเจ็บกว่า ๔๐๑ รายและที่สำคัญนะครับร้อยละ ๔๔ ของอุบัติเหตุทั้งหมดเกิดขึ้นในจุดลักผ่านที่ไม่มีระบบป้องกันมาตรฐาน ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่าสิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญแต่มันคือปัญหาเชิงโครงสร้างที่สะสมมายาวนาน
ผมขออนุญาตยกอีกตัวอย่างหนึ่งครับที่ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนน่าจะคุ้นเคยคือบริเวณหน้าไอทีสแควร์หลักสี่ครับบางช่วงเวลาขณะที่ไม้กั้นรถไฟกำลังลดลงสัญญาณไฟจราจรกับยังเป็นไฟเขียวอยู่ในทางพฤติกรรมเมื่อประชาชนเห็นไฟเขียวหลายคนครับย่อมตัดสินใจครับต่อเพื่อให้พ้นแยกก่อนสัญญาณจะเปลี่ยนแต่ในจังหวะเดียวกันไม้กั้นรถไฟก็กำลังปิดลงมาผมมองว่าระบบแบบนี้กำลังส่งสัญญาณคนละแบบให้กับประชาชนระบบ ๑ คือบอกให้หยุดแต่อีกระบบนึงจะบอกให้ไปต่อแล้ว
เมื่อเกิดเหตุขึ้นสุดท้ายประชาชนก็กลายเป็นคนรับเคราะห์ท่านประธานครับวันนี้เทคโนโลยีไปไกลแล้วเรามี AI ตรวจจับรถติดค้างบนรางมีกล้อง CCTV อัจฉริยะมีระบบแจ้งเตือน GPS มีระบบเชื่อมสัญญาณไฟจราจรอัตโนมัติแต่คำถามคือเราจะนำเทคโนโลยีเหล่านี้มาใช้จริงได้เมื่อไหร่หรือเราจะยังปล่อยให้ชีวิตประชาชนขึ้นอยู่กับดวงขึ้นอยู่กับความชำนาญของคนขับและขึ้นอยู่กับว่าวันนั้นรถจะติดหรือไม่ผมเห็นข้อมูลว่าครมอนุมัติงบประมาณเพื่อแก้ไขจุดตัดและติดตั้งระบบความปลอดภัยเพิ่ม
✍️ สมนึก บุญศรี สำนักข่าวไทเกอร์นิวส์ รายงาน