ฝ่ายความมั่นคงแจง "ด่านห้วยผึ้ง" ไม่ได้ปิด! ย้ำคนข้ามได้ปกติ แต่สั่งชะลอส่งสินค้า-ห้ามรถขนส่งผ่านแดนเพื่อจัดระเบียบใหม่ ผู้ว่า คณะทำงานฝ่ายความมั่นคง เตรียมลงพื้นที่ชายแดน "บ้านห้วยผึ้ง" ยกระดับการค้า-จัดระเบียบระบบขนส่งไทย-เมียนมา
จากกรณีที่กลุ่มผู้ประกอบการค้าชายแดนบ้านห้วยผึ้ง ต.ห้วยผา อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน กว่า ๒๐ คน ได้รวมตัวเข้าพบและยื่นหนังสือผ่าน นายก อบต.ห้วยผา เพื่อขอให้ประสานผู้ว่าราชการจังหวัดและฝ่ายความมั่นคง หลังได้รับความเดือดร้อนโดยอ้างว่าจุดผ่อนปรนช่องทางการค้าชายแดนบ้านห้วยผึ้งถูกปิด จนไม่สามารถส่งสินค้าไปยังประเทศเมียนมาได้ตามปกติ พร้อมยื่นข้อเสนอขอให้เปิดด่านส่งสินค้าได้ทุกวันเหมือนเดิมนั้น
ล่าสุด เมื่อวันที่ ๒๒ พ.ค.๖๙ ฝ่ายความมั่นคงได้ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริง โดยยืนยันว่า "ด่านชายแดนช่องทางบ้านห้วยผึ้งไม่ได้ปิดตามที่ผู้ประกอบการกล่าวอ้าง" ประชาชนและบุคคลทั่วไปยังคงสามารถเดินทางเข้า-ออกได้ตามปกติ
ในส่วนของการส่งสินค้าออกนอกประเทศและรถยนต์ผ่านแดนนั้น ทางเจ้าหน้าที่ได้ขอให้ชะลอไว้ชั่วคราว โดยมีสาเหตุสำคัญและแนวทางจัดระเบียบ เพื่อสกัดกั้นสิ่งผิดกฎหมายและสารตั้งต้นยาเสพติด
เนื่องจากก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ตรวจยึดสินค้าส่งออกที่คาดว่าเป็นสารเคมีที่เป็นส่วนประกอบของสารเสพติด เพื่อป้องกันไม่ให้มีการนำสิ่งผิดกฎหมายผ่านเข้าออกชายแดน จึงจำเป็นต้องเพิ่มมาตรการความเข้มงวดในการตรวจสอบ รวมทั้งแก้ไขปัญหาผู้ประกอบการไม่สำแดงรายการสินค้า พบว่ามีผู้ประกอบการบางรายไม่ได้สำแดงรายการสินค้าที่จะส่งออกอย่างถูกต้อง จึงต้องมีการชะลอเพื่อจัดระเบียบระบบเอกสารและการส่งผ่านสินค้าใหม่ให้โปร่งใสและถูกต้องตามกฎหมาย
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ ๑๙ พ.ค.๖๙ เวลา ๑๓๓๐ น.ที่ผ่านมา ด่านศุลกากรแม่ฮ่องสอน ได้เชิญผู้ประกอบการค้า เข้าร่วมประชุม เพื่อหาข้อสรุปและจัดระเบียบการ นำเข้า-ส่งออกสินค้าช่องทาง จุดผ่อนปรนการค้าชานแดนห้วยผึ้ง ณ ที่ทำการด่านศุลกากรแม่ฮ่องสอน อ. เมือง จ. แม่ฮ่องสอน สรุปผลการประชุมดังนี้
ประเด็นที่๑ ชี้แจงเกี่ยวกับประกาศกระทรวงกลาโหมเรื่องกำหนดท้องที่บางส่วนของจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นเขตควบคุมตามพระราชกำหนดควบคุมสินค้าชายแดน ๒๕๒๔ ส่วนรายละเอียด ชนิดและประเภทสินค้าควบคุมในเขตควบคุม อยู่ระหว่างการพิจารณา
ประเด็นที่ ๒ ชี้แจงเกี่ยวกับการปิดด่านจุดผ่อนปรนการค้าชายแดนบ้านห้วยผึ้ง เป็นการชั่วคราว อันสืบเนื่องมาจาก เหตุการณ์ตรวจค้นพบสารเคมี ต้องสงสัย ในห้วงวันที่ ๑๒ พ.ค.๖๙ ที่ผ่านมา
ประเด็นที่ ๓ หารือและจัดระเบียบการส่งออกสินค้า ได้แก่ รถฟรีโซน สินค้าผ่านแดน สินค้าอุปโภคบริโภค บริเวณจุดผ่อนปรนการค้าชายแดนบ้านห้วยผึ้ง
ประเด็นที่๔ ชี้แจงเกี่ยวกับการดำเนินการทางด้านเอกสารเมื่อมาถึงหน่วยเฉพาะกิจสิงหนาท
ในที่ประชุมมีข้อสรุปตกลงที่จะดำเนินการ ดังนี้
การส่งออกสินค้าประเภทรถฟรีโซน และรถผ่านแดน จะกำหนดให้ส่งออกในวันจันทร์ถึงวันพฤหัสบดี โดยจัดโควตาให้วันละ ๖๐ คัน การส่งออกสินค้าประเภทเครื่องอุปโภคบริโภค (๑๕๓) จะกำหนดให้ส่งออกในวันศุกร์ถึงวันเสาร์ ส่วนการส่งออกสินค้าประเภทรถไทย รถแทร็กเตอร์หรือสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีใบขนออกโดยศูนย์สั่งการชายแดน ให้สามารถออกตามห้วงเวลาไม่ได้กำหนดวัน ให้ผู้ประกอบการที่ส่งออกสินค้า อุปโภคบริโภค(ตามมาตรา ๑๕๓) ไปลงทะเบียนกับศูนย์สั่งการชายแดนโดยผ่านอำเภอ ในการส่งออกสินค้าประเภทสารเคมี ที่ได้รับอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย ให้ผู้ประกอบการไปขออนุญาตในส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เช่น พาณิชย์จังหวัด และด่านศุลกากรการตรวจสอบสารเคมี ดำเนินการสำแดงให้เรียบร้อย ไม่มีข้อยกเว้น ตามมาตรา ๑๕๓
ทั้งนี้ สินค้าผ่านแดนประเภทรถยนต์และการผ่าน เข้า-ออก ของพี่น้องประชาชน ทั้งสองฝั่ง ยังคงดำเนินการได้ตามปกติ ไม่มีการระงับแต่อย่างใด
การประชุมดังกล่าว ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมประชุมก็ได้รับทราบไปแล้ว
อย่างไรก็ตาม ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง หน่วยเฉพาะกิจสิงหนาท พาณิชย์จังหวัด ด่านศุลกากรจังหวัด และคณะทำงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานการณ์การค้าชายแดน ณ จุดผ่อนปรนชั่วคราวช่องทางการค้าชายแดนบ้านห้วยผึ้ง ต.ห้วยผา อ.เมืองแม่ฮ่องสอน ในวันที่ ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๖๙ นี้
การลงพื้นที่ในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินสถานการณ์การค้า การเข้า-ออกของสินค้า และรับฟังปัญหาจากหน้างานจริง เพื่อนำข้อมูลมาประเมินและขับเคลื่อนเศรษฐกิจชายแดนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ ในวันที่ ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๖๙ ทางจังหวัดจะมีการจัดประชุมคณะทำงานจัดทำแนวทางการพัฒนาการค้าชายแดนร่วมกันอีกครั้ง เพื่อกำหนดกรอบแนวทางและมาตรการพัฒนาเชิงโครงสร้าง โดยมุ่งเน้นการจัดระเบียบและวางระบบการทำงานใหม่ ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ทั้งผู้ประกอบการค้าชายแดนและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ให้สามารถดำเนินงานได้อย่างเป็นระบบ รวดเร็ว และปลอดภัยตามมาตรฐานความมั่นคงต่อไป
✍️ ภานุเดช ไชยสกูล สำนักข่าวไทเกอร์นิวส์ รายงาน