เมื่อวันที่ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๖๙ ที่วัดพระธาตุสุพรรณหงห์ บ้านหว้าน ตำบลน้ำคำ อำเภอเมืองศรีสะเกษ นายทิวา รุ้งแก้ว นายกพุทธสมาคมจังหวัดศรีสะเกษ และนางเชิดศรี คุปกาญจนากุล เป็นประธานทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง/เปิดตลาดนัดชุชน ตามโครงการโรงเรียน/หมู่บ้านศีล ๕ ตามรอยพ่ออย่างพอเพียง โดยมีนายยง คันศร ผู้นำตามธรรมชาติ นายประดิษฐ์ ไชยปัญญา ผู้ทรงคุณค่าของสังคม นายแพทย์สงวนศักดิ์ วิเศษสุกล นายแพทย์ผู้ทรงคุณค่าของสังคม พันตำรวจโทแสงจันทร์ กลิ่นสุคนธ์ สารวัตรฝ่ายอำนวยการสถานีตำรวจภูธรเมืองศรีสะเกษ นางสาวนันภัฏ ปัดชาบุตร ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ ๕ ตำบลน้ำคำ นำพุทธศาสนิกชนร่วมทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง ประจำเดือนพฤษภาคม ๒๕๖๙ ตามโครงการโรงเรียนหมู่บ้านศีล ๕ ตามรอยพ่ออย่างพอเพียง ทั้งนี้เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงศาสนา วัฒนธรรม ตลาดนัดชุมชน ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา สืบสานอนุรักษ์วัฒนธรรมอันดี ส่งเสริมการสวมใส่ผ้าไทยพื้นถิ่นให้ดำรงอยู่อย่างยั่งยืน และนำสิ่งของอุปโภคบริโภคที่ได้ ส่งมอบเพื่อช่วยเหลือครัวเรือนเปราะบางในพื้นที่ตำบลน้ำคำ และได้ความเมตตาจาก พระใบฎีกา สมศักดิ์ อุชุจาโร เจ้าอาวาสวัดสุพรรณหงส์ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ทั้งนี้ยังเป็นการส่งเสริมสัมมาชีพชุมชน ด้วยการจัดให้มีพื้นที่จำหน่ายสินค้าหรือผลผลิตในชุมชน ทำให้ประชาชนมีรายได้มากขึ้น เสริมสร้างเศรษฐกิจชุมชนให้เข้มแข็งต่อไป
นายบุญมี สุปติ สมาชิกสภาเทศบาลตำบลน้ำคำ ได้กล่าวว่ากิจกรรมทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งทุกวันอาทิตย์นี้ จัดขึ้นตามโครงการโรงเรียนหมู่บ้านศีล ๕ ตามรอยพ่ออย่างพอเพียง ทางวัดร่วมกับชุมชนได้จัดกิจกรรมนี้มาเป็นเวลา ๑๐ กว่าปี สำหรับข้าวสารอาหารแห้งที่ได้ จะถูกแบ่งออกเป็น ๓ ส่วนคือ ถวายพระคุณเจ้า นำไปเยี่ยมผู้ป่วยติดเตียงและผู้ตกเกณฑ์ จปฐ.และนำไปสนับสนุนโครงการอาหารกลางวันของนักเรียน
นายทิวา รุ้งแก้ว นายกพุทธสมาคมจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า หมู่บ้านศีล ๕ ตามรอยพ่ออย่างพอเพียง” มีความต่างในความเหมือนจากหมู่บ้านทั่วไปดังนี้ พุทธศาสนิกชน/ผู้ที่นับถือศาสนาพุทธ ต้องเป็นสมาชิกหมู่บ้านรักษาศีล ๕ ทุกคน ต้องบริหารจัดการแบบ “บ ว ร” บ้าน วัด โรงเรียน มีการทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งอย่างน้อยเดือนละ ๑ ครั้ง คนในชุมชนต้องลด ละ เลิก การเสพเครื่องดองของเมาอย่างน้อยทุกวันพระขึ้น ๘ ค่ำ ๑๕ ค่ำ แรม ๘ ค่ำ ๑๔ ค่ำ หรือ ๑๕ ค่ำ ของทุกเดือน ทำบุญอิ่มสาม (อิ่มพระ อิ่มตนเอง และอิ่มเพื่อน) และทุกครอบครัวต้องน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติ “ตามรอยพ่ออย่างพอเพียง” อย่างน้อยตามวิสัยทัศน์ที่ว่า “สวนครัว รั้วกินได้ กล้วย ๑ หน่อ ไผ่ ๑ กอ มะละกอ ๑ ต้น” เพื่อการใช้ชีวิตแบบพึ่งพาตนเอง
✍️ บุญทัน ธุศรีวรณ สำนักข่าวไทเกอร์นิวส์ รายงาน