สกัดวิกฤตบุหรี่ไฟฟ้าพุ่งในเยาวชน
เครือข่ายสื่อฯ แม่ฮ่องสอน ยื่น ๓ เร่ง ต่อผู้ว่าฯ สกัดวิกฤตบุหรี่ไฟฟ้าพุ่ง หลังพบสถิตินักสูบหน้าใหม่พุ่งสูงถึงร้อยละ ๑๘.๕ เร่งทำพื้นที่ปลอดภัย เร่งบังคับใช้กฎหมาย เร่งสร้างภูมิคุ้มกันทางข้อมูล
นายวิบูรณ์ แววบัณฑิต ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน หารือร่วมกับเครือข่ายสื่อศูนย์ข่าวปลอดควันจังหวัดแม่ฮ่องสอน ภาคีเครือข่ายควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบจังหวัดแม่ฮ่องสอน ในประเด็นข้อห่วงใยสถานการณ์บุหรี่ไฟฟ้าในเยาวชนระบาดหนัก ชูยุทธศาสตร์ “๓ เร่ง” สร้างพื้นที่ปลอดภัย-บังคับใช้กฎหมาย-สร้างภูมิคุ้มกันข้อมูล หวังดึงตัวเลขนักสูบลง ร่วมกับเครือข่ายสื่อศูนย์ข่าวปลอดควันจังหวัดแม่ฮ่องสอน และภาคีเครือข่ายควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบจังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยมี ผู้ทรงคุณวุฒิ คณะอนุกรรมการด้านสื่อสารประชาสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน ผู้อำนวยการสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดแม่ฮ่องสอน และหน่วยงานภาคีด้านการศึกษา และสาธารณสุข เพื่อร่วมหารือแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มเด็กและเยาวชนจังหวัดแม่ฮ่องสอน ณ ห้องประชุมสิงหนาทบำรุง ศาลากลางจังหวัดแม่ฮ่องสอน อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน จังหวัดแม่ฮ่องสอน
จากสถานการณ์การสูบบุหรี่ในจังหวัดแม่ฮ่องสอนปัจจุบันเข้าขั้นวิกฤต โดยสถิติผู้สูบบุหรี่พุ่งสูงขึ้นจากร้อยละ ๑๔.๗ เป็นร้อยละ ๑๘.๕ ซึ่งไม่ใช่เพียงตัวเลข แต่หมายถึงอนาคตของลูกหลานชาวแม่ฮ่องสอนที่กำลังก้าวเข้าสู่วงจรการเสพติด โดยเฉพาะ “บุหรี่ไฟฟ้า” ที่มาในรูปแบบ Toy Pods เลียนแบบของเล่นหรืออุปกรณ์การเรียน ทำให้ผู้ปกครองและครูแยกไม่ออก ประกอบกับการเข้าถึงผ่านช่องทางออนไลน์ที่ง่ายและแพร่หลาย
อย่างไรก็ตาม เครือข่ายสื่อฯ เน้นย้ำว่า สื่อมวลชนคือ “ด่านหน้า” ที่เห็นความเปลี่ยนแปลงในพื้นที่มาโดยตลอด จึงได้นำเสนอแนวทางขับเคลื่อนนโยบาย “๓ เร่ง” ต่อผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรม เร่งทำพื้นที่ปลอดภัย (Safe Zone): ประกาศสถานศึกษาและหน่วยงานราชการเป็นเขตปลอดบุหรี่ไฟฟ้า ๑๐๐% พร้อมผลักดัน อปท. ทุกแห่งดำเนินการผ่านกลไกทางสังคมและเกณฑ์ LPA จัดกิจกรรมเชิงรุกในชุมชนเพื่อให้สามารถลดอัตรานักสูบหน้าใหม่ในพื้นที่ พร้อมผลักดัน อปท.ปางหมู เป็นต้นแบบ “อปท.ปลอดบุหรี่” เร่งบังคับใช้กฎหมาย ขอให้ฝ่ายปกครองและตำรวจตรวจตราเข้มงวดร้านค้าและแหล่งมั่วสุมรอบสถานศึกษา ดำเนินคดีเด็ดขาดกับผู้ลักลอบขายบุหรี่ไฟฟ้าให้เยาวชน และ เร่งสร้างภูมิคุ้มกันทางข้อมูล สร้างการรับรู้เท่าทันพิษภัยนิโคตินผ่านสื่อทุกแพลตฟอร์ม ทั้งวิทยุชุมชน หอกระจายข่าว และสื่อออนไลน์ เพื่อให้เยาวชนและผู้ปกครองมีเกราะป้องกันตนเอง
นายวิบูรณ์ แววบัณฑิต ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้กล่าวว่า ถ้าเราตระหนักร่วมกันว่าบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าเป็นพิษภัยต่อร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งบุหรี่ไฟฟ้ามีการปรุงแต่งสารเคมีและสารสังเคราะห์ต่างๆ เมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้วปัญหาเรื่องของโรคเกี่ยวกับเรื่องทางเดินหายใจ ปอด ที่จะเกิดการอักเสบ อันนำไปสู่โรคมะเร็งปอด หากเราตระหนักถึงพิษภัยของบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าแล้ว ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวฯ และสร้างความตระหนักรู้ถึงพิษภัยของบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเด็กและเยาวชน เพราะสิ่งเหล่านี้มันเป็นสิ่งที่ส่งผลต่อร่างกายในระยะยาว ก่อให้เกิดความเสียหายต่อร่างกาย ครอบครัว และเศรษฐกิจ
นายวิบูรณ์ แววบัณฑิต ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้กล่าวต่อไปว่า ผู้ที่มีหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในการป้องกันปราบปรามต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง และผู้ที่แสวงหารายได้จากสิ่งเหล่านี้ เท่ากับว่าท่านกำลังทำร้ายสังคม ลูกหลาน เด็กเยาวชน ที่จะต้องเติบโตมาพัฒนาประเทศชาติของเราในอนาคต หาเกิดว่า ลูกหลาน เด็กเยาวชน ต้องมาเจ็บป่วยจากเรื่องเหล่านี้ขึ้นมา เราย่อมสูญเสียกำลังพลที่สำคัญของประเทศ และที่สำคัญก็คือว่าภาครัฐต้องมาดูแลคนที่เจ็บป่วยเหล่านี้ด้วยค่าใช้จ่ายมหาศาล เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้มันก่อให้เกิดผลกระทบในวงกว้างทั้งสังคม ครอบครัว ตนเอง จึงอยากให้ทุกภาคส่วนทั้งระดับครัวเรือน ระดับชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนมาช่วยกันป้องกันปราบปรามและแก้ไข เพราะว่าเราไม่สามารถจะผลักให้เป็นภาระของใครคนใดคนหนึ่งได้ เพราะเรื่องนี้เป็นปัญหาร่วมกันของคนในสังคมที่ทุกฝ่ายจะต้องเข้ามาช่วยกันอย่างจริงจังและต่อเนื่อง เราถึงจะแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้สำเร็จ ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าว
ทั้งนี้ จังหวัดแม่ฮ่องสอน เตรียมจัดกิจกรรม "วันงดสูบบุหรี่โลก ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๖๙" ที่หอประชุมบุญชูตรีทอง โรงเรียนห้องสอนศึกษาในพระอุปถัมภ์ และพร้อมแถลงนโยบาย "หยุดวิกฤตนักสูบหน้าใหม่: วาระเร่งด่วนเพื่ออนาคตเยาวชนแม่ฮ่องสอน"
✍️ ภานุเดช ไชยสกูล สำนักข่าวไทเกอร์นิวส์ รายงาน