เกาะพะงันระอุ! ภาครัฐถูกตั้งคำถามหนัก ปมโรงเรียนต่างชาติผิดกฎหมายยังเปิดต่อได้ ปล่อยยืดเยื้อเพื่ออะไรสังคมจี้ถามผู้ว่าฯเร่งเคลียร์ปมโรงเรียนเถื่อนกลางเกาะพะงัน ทำกระทบความมั่นคง.

🕓 เผยแพร่เมื่อ ๐๗ พ.ค. ๒๕๖๙

หมวดหมู่ข่าว: top-news

จากกรณีเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ร่วมกับทหารและตำรวจ เข้าตรวจสอบโรงเรียนสอนภาษาและสถานรับเลี้ยงเด็ก ในพื้นที่หมู่ 3 ต.เกาะพะงัน อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี พบมีการเปิดสอนในลักษณะโรงเรียนเอกชนโดยไม่ได้รับอนุญาต อีกทั้งยังรับเลี้ยงเด็กเกินจำนวนที่ขออนุญาตไว้ จากเดิม 18 คน ภาพข่าว ข้อมูลเพิ่มเติม พบว่ากิจการดังกล่าวดำเนินการในรูปแบบบริษัท มีชาวต่างชาติสัญชาติอิหร่าน ๒ คน ร่วมเป็นกรรมการกับคนไทย ๑ คน มีเด็กเข้าเรียนนับร้อยคน และมีครูชาวต่างชาติ ๖ คน ซึ่งทั้งหมดไม่มีใบอนุญาตทำงาน ภายหลังการเข้าตรวจสอบ เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสื่อสังคมออนไลน์ หลังมีการอ้างว่าสถานศึกษาดังกล่าวอาจกลับมาเปิดเรียนได้ในสัปดาห์หน้า ส่งผลให้เกิดข้อสงสัยต่อการดำเนินงานของหน่วยงานรัฐในพื้นที่ จากการตรวจสอบพบว่า การสั่งปิดสถานประกอบการต้องเป็นอำนาจของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง ได้แก่ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งกำกับดูแลสถานรับเลี้ยงเด็ก รวมถึงสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดสุราษฎร์ฯที่ดูแลโรงเรียนเอกชน และสำนักงานจัดหางานจังหวัด ที่รับผิดชอบตรวจสอบแรงงานต่างด้าว ล่าสุด นายไพสิฐ ทองเจิม นายอำเภอเกาะพะงัน ได้ทำหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี นายจุมพฏ วรรณฉัตรศิริ ขอให้มอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าดำเนินการ โดยเสนอให้ พมจ.สุราษฎร์ธานี สั่งระงับการดำเนินกิจการสถานรับเลี้ยงเด็กดังกล่าวเป็นการชั่วคราว จนกว่าจะดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย ภาพข่าว พร้อมกันนี้ ได้ขอให้สำนักงานจัดหางานจังหวัดตรวจสอบการทำงานของแรงงานต่างด้าว และให้สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดตรวจสอบหลักสูตรการเรียนการสอนในส่วนของเด็กอายุ ๗ ปีขึ้นไป ข่าวแจ้งว่านายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ฯคนก่อนหน้าได้ลงนามคำสั่งตั้งคณะทำงานชุดเฉพาะกิจเพื่อป้องกันปราบปรามการทำผิดของคนต่างด้าวเมื่อวันที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๖๘ ให้มีอำนาจตรวจสอบดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดแต่กลับเงียบหายไปกับสายลมและเสียงคลื่นบนเกาะพะงัน ด้าน พมจ.สุราษฎร์ฯระบุว่า สถานรับเลี้ยงเด็กแห่งนี้ได้รับอนุญาตให้ดูแลเด็ก ๑๘ คน และอยู่ระหว่างยื่นขอขยายจำนวน แต่เมื่อพบว่ามีการรับเด็กเกินกำหนด จะต้องลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย ขณะที่กรณีโรงเรียนเอกชนในพื้นที่เดียวกัน จะต้องมีการแยกพื้นที่ให้ชัดเจน ซึ่งเจ้าหน้าที่เตรียมลงพื้นที่ตรวจสอบเพิ่มเติมในเร็วๆนี้ ภาพข่าว✍️ ข่าว สุพจน์ คำจันทร์ รายงาน

🗞️ สำนักข่าวไทเกอร์นิวส์ - TIGERNEWSREPORT.COM เว็บไซต์ข่าวภูมิภาค ข่าวด่วนทั่วไทย รายงานโดยทีมข่าวประจำภูมิภาค