อำเภอโนนดินแดง พ่อค้าเร่รับซื้อขยะวัย ๗๓ โอดราคาน้ำมันขยับขึ้นไม่มีที่สิ้นสุด กระทบต่อกิจการ ต้องเติมน้ำมันรถตระเวนหาซื้อของเก่าตามชนบท เกือบไม่คุ้มทุน เติมน้ำมัน ๓๐๐ หาขยะขายได้กำไร ๔๐๐ อยากให้รัฐบาลหาน้ำมันราคาพิเศษเหมือนกลุ่มเรือประมง ,แท็กซี่ มาให้คนประกอบอาชีพแบบนี้บ้าง
วันที่ ๒ พ.ค.๒๕๖๙ สถานการณ์ราคาน้ำมันในช่วงวิกฤติในขณะนี้ ที่สร้างผลกระทบเป็นวงกว้างในทุกอาชีพ อาชีพที่คนมองไม่ค่อยเห็นซึ่งเป็นอาชีพที่ได้รับผลกระทบโดยตรงคือกลุ่มพ่อค้าเร่ ซึ่งต้องใช้รถในการออกตระเวนไปตามหมู่บ้าน สถานที่ต่างๆ ซึ่งต้องใช้น้ำมันในการขับเคลื่อนรถโดยตรง
นายนาค สาวรัมย์ อายุ ๗๓ ปี ชาว อ.ละหานทรายจ.บุรีรัมย์ อาชีพรับซื้อของเก่า เล่าว่า การรับซื้อของเก่าของตนเป็นลักษณะธุรกิจครอบครัว ไม่มีหน้าร้านรับซื้อเหมือนร้านใหญ่ๆทั่วไป
ใช้วิธีเอารถกระบะออกตระเวนออกไปรับซื้อทั่วไปตามหมู่บ้าน ตามชุมชนต่างๆ แล้วเอาขยะมาคัดแยกที่บ้านก่อนจะเอาไปขายต่อให้ร้านรับซื้อในตัวเมืองหรือจุดรับซื้อใหญ่ๆ
แต่ประสบปัญหาหลังจากราคาน้ำมันปรับขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ทุกวันตนใช้เงินเติมน้ำมันครั้งละ ๓๐๐ บาท ได้น้ำมันไม่ถึง ๑๐ ลิตร ต้องปรับวิธีการทำงานให้วิ่งได้ ๒ วัน ไม่กล้าไปไกลเพราะเกรงว่าน้ำมันจะหมดก่อน
โดยเฉลี่ยในแต่ละวันจะได้กำไรวันละ ๒๐๐-๓๐๐ บาท หักค่าน้ำมันวันละประมาณ ๑๕๐ บาท ไม่รวมกับค่าสึกหรอที่จะเกิดขึ้น อีกทั้งจะต้องใช้น้ำมันในการบรรทุกไปส่งที่จุดรับซื้อ เรียกได้ว่าแทบไม่มีกำไร แต่จำเป็นต้องทำเพราะเป็นอาชีพที่ทำมานานและไม่รู้ว่าจะไปประกอบอาชีพอะไรได้เพราะอายุมากแล้ว
จึงอยากจะให้รัฐบาลหาแนวทางช่วยเหลือผู้ประกอบอาชีพขายของเร่ หรือเร่รับซื้อของ เพราะกลุ่มคนกลุ่มนี้เป็นกลุ่มคนไม่มีโอกาส ไม่มีหน้าร้าน ไม่มีเงินลงทุนมาก อยากให้รัฐบาลช่วยในลักษณะ”น้ำมันพิเศษ”เหมือนกับกลุ่มชาวประมง หรือกลุ่มแท็กซี่ มอเตอร์ไซค์รับจ้าง เพื่อให้คนอาชีพในลักษณะนี้อยู่ได้กับเขาบ้าง
✍️ วาทิตย์ แสนธุปี สำนักข่าวไทเกอร์นิวส์ รายงาน