อำเภอลำปลายมาศ ตำรวจตามรวบได้ถึง กทม.มือชิงเงินในปั๊มน้ำมันในช่วงสงกรานต์ไปกว่า ๑.๒ แสน สารภาพสิ้นเอาเงินไปเปย์สาว กับเล่นพนันออนไลน์ เผยคนร้ายมีการวางแผนอย่างดีเป็นคนตัวผอมแต่แต่งกายให้เหมือนคนอ้วน เจ้าของปั๊มระบุเป็นคนงานเก่าที่ถูกไล่ออกเพราะโกงเงิน
วันที่ ๒๙ เม.ย.๒๕๖๙ กรณีคนร้ายบุกเดี่ยวเข้าไปชิงเงินสดภายในปั๊มน้ำมัน PT บ้านโนนสมบูรณ์ หมูที่ ๕ ต.ลำปลายมาศ อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ ซึ่งตั้งอยู่ริมถนนสาย ๒๒๖ สายลำปลายมาศ - บุรีรัมย์ ได้เงินสดไปจำนวน ๑๒๘,๔๐๐ บาท เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ ๒๑.๓๐ น.คืนวันที่ ๑๒ เม.ย.ที่ผ่านมา
ซึ่งจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบว่าเป็นชายสูงประมาณ ๑๗๐ ซม.ปิดบังใบหน้ามิดชิด เดินเข้าไปชิงเงินสดภายในสำนักงานของปั๊มน้ำมัน ซึ่งเป็นตู้เซฟสำหรับใส่เงินสด แล้วกระโดดข้ามกำแพงด้านหลังหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว
เหตุการณ์ดังกล่าว พล.ต.ท.พฤทธิพงษ์ ประยูรศิริ ผบช.ภ.๓ ได้ให้ความสนใจเป็นพิเศษ เพราะเป็นเหตุอุกฉกรรจ์คนร้ายก่อเหตุโดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย จึงกำชับให้ พล.ต.ต.วรายุส์ จันทร์เยี่ยม ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์ทำการสืบสวนและเร่งติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้
ก่อนจะสั่งการให้ พ.ต.อ.เจตน์สฤษฎิ์ แพ่งศรีสาร รอง ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์, พ.ต.อ.กัมพล วงษ์สงวน รอง ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์ ทำการสืบสวนหาข้อมูลของคนร้ายจนกระทั่งได้รับรายงานจาก พ.ต.อ.ขวัญชัย เผือกพูลผล ผกก.สภ.ลำปลายมาศ ว่าคนร้ายน่าจะเป็นคนที่รู้จักเส้นทางภายในปั๊มน้ำมันเป็นอย่างดี
ซึ่งจากการสืบสวนในเวลาต่อมาตำรวจสงสัยบุคคลหนึ่งที่เคยมาทำงานอยู่ในปั๊มน้ำมันแห่งนี้ แต่ถูกไล่ออกเมื่อประมาณ ๕ ปีที่แล้ว เพราะโกงเงินเจ้าของปั๊มไปกว่า ๓๐,๐๐๐ บาท
กระทั่งตำรวจ สภ.ลำปลายมาศ ออกหมายจับ นายสุขสันต์ หรือเก้าฯ อายุ ๒๙ ปี ที่อยู่ ๓๐๑/๒๐๐๑ ม.๗ ต.เขาพระงาม อ.เมืองลพบุรี จว.ลพบุรี (ทะเบียนบ้านค่ายทหาร) ทะเบียนบ้านเดิม คือ ๓๖ ม.๖ ต.บ้านยาง อ.ลำปลายมาศ จว.บุรีรัมย์
แต่การตามจับกุมเป็นไปด้วยความลำบากเนื่องจากนายเก้าหลังจากก่อเหตุอยู่ไม่เป็นหลักแหล่ง จนกระทั่งควบคุมตัวได้บริเวณริมถนนพหลโยธิน หน้าธนาคารไทยพาณิชย์ ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จว.ปทุมธานี เมื่อวันที่ ๒๘ เมษายน ๒๕๖๙ เวลา ๑๒.๓๐ น.
นายเก้า สารภาพระหว่างการทำแผนประกอบคำรับสารภาพว่า หลังจากถูกไล่ออกจากปั๊มน้ำมันเมื่อ ๕ ปีที่ผ่านมา ได้ไปทำงานอยู่ที่จังหวัดนครราชสีมา แต่ก็ยังใช้ชีวิตอยู่ด้วยความลำบากเงินขาดมือ
จึงคิดได้ว่าจุดที่เก็บเงินของปั๊มน้ำมันที่เคยทำอยู่ที่ไหน ช่วงไหนเป็นช่วงที่พนักงานจะรวบรวมเงินเอาเข้าตู้เซฟ จึงนั่งรถไฟมาจากจังหวัดนครราชสีมา เพื่อตั้งใจจะมาชิงเงินจากปั๊มน้ำมันปั๊มนี้
วันก่อเหตุตนได้มานั่งรออยู่หลังปั๊มน้ำมัน ได้จังหวะปีนบันไดข้ามกำแพงด้านหลัง แล้วนั่งรอจนกว่าพนักงานจะเอาเงินไปเก็บ จากนั้นได้พรางร่างสวมเสื้อปิดบังใบหน้าเข้าไปชิงเอาเงิน
จากนั้นได้ปีนกลับมาทางเดิมคือด้านหลังปั๊มน้ำมัน แล้วซ่อนตัวอยู่ในสระน้ำหลังปั๊มฯตามที่เคยฝึกทหารมาด้วยการใช้ก้านกล้วยหายใจ นานกว่า ๕ ชั่วโมงจนกว่าไม่มีใครสงสัยแล้ว จึงขึ้นมานั่งรถไฟกลับจังหวัดนครราชสีมา ก่อนจะหนีไปทำงานต่อที่ตลาดไทยกรุงเทพฯกระทั่งมาถูกจับกุมดังกล่าว ส่วนเงินที่ได้มาตนเอาไปเที่ยวร้านอาหารเปย์สาว ซื้อโทรศัพท์ และเล่นพนันออนไลน์จนหมด
พ.ต.อ.เจตน์สฤษฎิ์ แพ่งศรีสาร รอง ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์ กล่าวว่าจากการสืบทราบนายเก้า เคยมีปัญหาการเงินในครอบครัว ชอบเอาทรัพย์สินของภรรยาไปจำนำเป็นประจำ การก่อเหตุครั้งนี้ผู้ต้องหาวางแผนมาเป็นอย่างดี เช่นพรางตัวเองให้เป็นคนอ้วนทั้งที่เป็นคนผอม รวมถึงการใช้วิชาที่เคยฝึกทหารมาซ่อนตัวอำพราง
ด้านนางสาวจันทาพร รุ่งจิวารักษ์ อายุ ๕๒ ปี เจ้าของปั๊มน้ำมันบอกว่าดีใจที่ตำรวจตามจับกุมมาได้อย่างรวดเร็ว คนก่อเหตุเคยทำงานที่ปั๊มน้ำมันและโกงเงินไปกว่า ๓๐,๐๐๐ บาท ครั้งนั้นญาติเอาเงินมาคืนให้จึงให้โอกาส อยากให้นายเก้า รับโทษสูงสุดเพื่อไม่อยากไปก่อเหตุที่อื่นอีก
สำหรับทางด้านคดีเบื้องต้นตำรวจตั้งข้อกล่าวหา “ชิงทรัพย์โดยขู่เข็ญว่าในทันใดนั้นจะใช้กำลังประทุษร้ายเพื่อสะดวกแก่ การพาทรัพย์นั้นไป โดยทำด้วยประการไม่ให้คนอื่นเห็นหรือจำหน้าได้ในเวลากลางคืน”
✍️ สำนักข่าวไทเกอร์นิวส์ รายงาน