เชียงใหม่ – วันที่ 17 เมษายน 2569 เวลา 10.00 น. ณ วัดศิลานิมิตร บ้านกองหิน หมู่ที่ 6 ตำบลหางดง อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่
ชาวบ้านกองหินได้พร้อมใจกันจัดกิจกรรม “สืบฮีตฮอย ประเพณีปีใหม่เมือง” ประจำปี 2569 อย่างยิ่งใหญ่ ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความศรัทธา ความอบอุ่น และความสามัคคีของคนในชุมชน
กิจกรรมในช่วงเช้าเริ่มต้นด้วยพิธี “รดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ” ซึ่งมีผู้สูงอายุในหมู่บ้านเข้าร่วมกว่า 30 คน โดยลูกหลานและประชาชนได้ร่วมกันแสดงความเคารพ ขอพร และแสดงออกถึงความกตัญญูกตเวที ตามขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของชาวล้านนา ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของเทศกาลปีใหม่เมืองที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน
ภายในงานได้รับความเมตตาจาก พระครูประยุตขันติคุณ รองเจ้าคณะอำเภอฮอด เจ้าอาวาสวัดศิลานิมิตร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วย นางสาวศรีโสภา โกฏคำลือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ จังหวัดเชียงใหม่, นางสาวอรจนา พิมสาร นายกเทศมนตรีตำบลท่าข้าม และ นางสาวณัชธน์กมล พ่อค้า นายอำเภอฮอด ให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธีฝ่ายฆราวาส ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำชุมชน คณะกรรมการหมู่บ้าน กลุ่มสตรี กลุ่มผู้สูงอายุ เยาวชน และพุทธศาสนิกชนเข้าร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง
โดย นางสาวณัชธน์กมล พ่อค้า นายอำเภอฮอด กล่าวว่า
วันนี้นับเป็นวันอันเป็นมงคลยิ่ง ได้ร่วมงานประเพณีแห่ไม้ค้ำโพธิ์ (เหล็กค้ำโพธิ์) ประจำปี พุทธศักราช ๒๕๖๙ ขึ้น เพื่อร่วมกันสืบสานประเพณีอันดีงามของชาวล้านนา ที่ได้ปฏิบัติสืบทอดกันมาอย่างยาวนาน
การแห่ไม้ค้ำโพธิ์ มิได้เป็นเพียงพิธีกรรมตามความเชื่อที่ว่าช่วยค้ำจุนชีวิตให้เจริญรุ่งเรืองเท่านั้น แต่ยังเป็นการแสดงออกถึงความกตัญญูกตเวทีต่อพระรัตนตรัย และเป็นการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาให้คงอยู่สืบไป
อีกทั้งยังสะท้อนให้เห็นถึงพลังแห่งความรัก ความสามัคคีของคนในชุมชน ที่ได้ร่วมแรงร่วมใจกันจัดเตรียมขบวนแห่และเครื่องสักการะอย่างงดงาม เพื่อนำมาถวาย ณ วัดศิลานิมิตรแห่งนี้
การจัดงานในครั้งนี้ จะก่อให้เกิดกุศลผลบุญอันยิ่งใหญ่ ส่งผลให้ทุกท่านประสบแต่ความสุข ความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน และมีความร่มเย็นเป็นสุขในชีวิตและครอบครัว
ในช่วงเย็น เวลา ๑๗.๐๐ น. ชาวบ้านกองหินได้ร่วมกันจัดขบวน “แห่เหล็กค้ำโพธิ์ โชว์งานศิลป์ เพื่อการอนุรักษ์ยั่งยืน” ภายใต้แนวคิด “ประเพณีไม่หาย ต้นไม้ยังคงอยู่” ซึ่งถือเป็นอัตลักษณ์สำคัญของชุมชน และเป็นหนึ่งเดียวในพื้นที่อำเภอฮอดที่ยังคงสืบสานประเพณีนี้อย่างเข้มแข็ง
นายไพศาล ตาวัน ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ ๖ บ้านกองหิน กล่าวว่า ประเพณีแห่ไม้ค้ำโพธิ์ เป็นประเพณีโบราณของชาวล้านนา ที่มีความเชื่อว่าการนำไม้ไปค้ำต้นโพธิ์ ซึ่งเป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ จะช่วยค้ำจุนชีวิตให้มีความเจริญรุ่งเรือง มีความมั่นคง และเป็นการสืบชะตาเสริมสิริมงคลให้แก่ตนเองและครอบครัว
ทั้งนี้ ชุมชนบ้านกองหินได้มีการพัฒนาและประยุกต์ภูมิปัญญาท้องถิ่นให้สอดคล้องกับยุคสมัย โดยเปลี่ยนจาก “ไม้ค้ำโพธิ์” มาเป็น “เหล็กค้ำโพธิ์” เพื่อเพิ่มความแข็งแรง ทนทาน และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่อในการก่อสร้างหรือบูรณะศาสนวัตถุภายในวัด เช่น ซุ้มประตู ศาลา โรงครัว และสิ่งปลูกสร้างอื่น ๆ อีกทั้งยังเป็นการช่วยลดการตัดไม้ทำลายป่า สร้างสมดุลระหว่างการอนุรักษ์วัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน ซึ่งในปีนี้นับเป็นการดำเนินโครงการต่อเนื่องเป็นปีที่ ๔
สำหรับขบวนแห่ในปีนี้ มีการจัดอย่างยิ่งใหญ่และสวยงาม จำนวน ๔ ขบวน พร้อมเหล็กค้ำโพธิ์ จำนวน ๖ ต้น โดยแต่ละขบวนได้ตกแต่งด้วยเครื่องสักการะล้านนาอย่างวิจิตร ได้แก่ ต้นดอก ต้นเทียน ต้นผึ้ง หมากสุ่ม และพลูสุ่ม พร้อมด้วยการฟ้อนรำพื้นเมือง การตีกลองสะบัดชัย และการบรรเลงดนตรีพื้นบ้าน สร้างความสนุกสนานและความประทับใจแก่ผู้ร่วมงานและผู้ที่มาร่วมชมตลอดเส้นทาง ก่อนนำไปประกอบพิธีถวาย ณ วัดศิลานิมิตร
การจัดงานในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการอนุรักษ์และสืบสานประเพณีอันทรงคุณค่าแล้ว ยังเป็นการสร้างความรัก ความสามัคคี และความเข้มแข็งให้กับชุมชน เปิดโอกาสให้ประชาชนทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วมในการทำบุญ สร้างกุศล และร่วมกันรักษารากเหง้าทางวัฒนธรรมของตนเอง
พระครูประยุตขันติคุณ รองเจ้าคณะอำเภอฮอด เจ้าอาวาสวัดศิลานิมิต (กองหิน) กล่าวว่า การจัดกิจกรรม “แห่เหล็กค้ำโพธิ์” ว่า ทางวัดและชุมชนได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น โดยในอดีตนิยมใช้ไม้ค้ำโพธิ์จากธรรมชาติ ก่อนจะปรับเปลี่ยนมาใช้เหล็กแทนในปัจจุบัน
ทั้งนี้ การใช้เหล็กค้ำโพธิ์ นอกจากยังคงไว้ซึ่งความเชื่อในการบูชาพระพุทธเจ้าแล้ว ยังสามารถนำวัสดุไปใช้ประโยชน์ต่อได้จริง ทั้งภายในวัดและในชุมชน เช่น งานก่อสร้าง ซ่อมแซมศาลา รวมถึงช่วยเหลือผู้ยากไร้ในพื้นที่
พระครูประยุตขันติคุณ กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการดังกล่าวได้ดำเนินมาแล้วประมาณ ๔ ปี และในปีนี้ถือเป็นปีที่ ๔ โดยมีแนวคิดที่จะนำเหล็กไปใช้สร้างสะพานข้ามคลอง เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในหมู่บ้าน
พร้อมกันนี้ ยังได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ เนื่องจากในอดีตการใช้ไม้ค้ำโพธิ์ต้องอาศัยการตัดไม้จากป่า ซึ่งส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว เนื่องจากต้นไม้ต้องใช้เวลานานนับสิบปีกว่าจะเติบโต หากมีการตัดใช้อย่างต่อเนื่องจะยิ่งทำให้ป่าไม้ลดลง
ดังนั้น การปรับเปลี่ยนมาใช้เหล็กค้ำโพธิ์ จึงเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่ช่วยลดการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ และยังสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ทันทีหลังเสร็จสิ้นพิธีกรรม สอดคล้องกับแนวคิด “ประเพณีไม่หาย ต้นไม้ยังคงอยู่” ที่มุ่งเน้นการสืบสานวัฒนธรรมควบคู่กับการรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
ในโอกาสเดียวกัน พระครูประยุตขันติคุณ ยังได้อวยพรเนื่องในเทศกาลปีใหม่เมือง ขอให้ประชาชนมีความสุข ความเจริญ สุขภาพแข็งแรง และมีความสามัคคีในชุมชน
แทน ต่อมสังข์ ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดลำพูน รายงาน
✍️ แทน ต่อมสังข์ ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดลำพูน รายงาน รายงาน