อุดรธานี – รมช.เกษตรฯ “วัชรพล ขาวขำ” ลงพื้นที่วัดป่าภูก้อน ติดตามวิกฤตไฟป่านายูง หลังพบจุดความร้อนพุ่งต่อเนื่อง ลามข้ามจังหวัดไปหนองคาย สั่งทำแนวกันไฟตีนเขา พร้อมประสานกรมฝนหลวงฯ ส่ง ฮ. สนับสนุนหากสถานการณ์วิกฤต ย้ำนักท่องเที่ยวยังเข้าวัดได้ตามปกติ
เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2569 นายวัชรพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่วัดป่าภูก้อน อ.นายูง จ.อุดรธานี เพื่อติดตามและบัญชาการสถานการณ์ไฟป่าที่เกิดขึ้นในพื้นที่รอยต่อระหว่างอุดรธานีและหนองคาย
รายงานสถานการณ์ล่าสุดระบุว่า เมื่อเวลา ๐๑.๑๗ น. ตรวจพบจุดความร้อน (Hotspot) จำนวน ๖๓ จุด ในพื้นที่อุทยานแห่งชาตินายูง–น้ำโสม (เตรียมการ) ขณะที่บริเวณวัดป่าภูก้อนซึ่งเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติและอยู่ในแนวรอยต่อกับพื้นที่อุทยานฯ ส่งผลให้ศูนย์สั่งการต้องเร่งวางแผนรับมืออย่างเร่งด่วน โดยเจ้าหน้าที่ได้เริ่มวางแผนควบคุมไฟตั้งแต่เวลา ๐๗.๐๐ น. ก่อนจะเข้าปฏิบัติการควบคุมไฟในเวลา ๐๙.๐๐ น. และเมื่อเวลา ๐๙.๓๔ น. ยังอยู่ระหว่างการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อจำกัดวงไม่ให้ไฟลุกลามขยายตัว
นายวัชรพล เปิดเผยเพิ่มเติมว่า จากการประเมินภาพรวมก่อนหน้านี้ พบจุดความร้อนในพื้นที่อำเภอนายูงสูงกว่า ๖๐ จุด โดยเฉพาะบริเวณรอบวัดป่าภูก้อน และมีแนวโน้มขยายวงกว้างออกไปอีก โดยจุดวิกฤตหลักอยู่ในพื้นที่ภูเขาสูงชัน และบางส่วนของเพลิงได้ลุกลามข้ามเขตไปยัง อ.สังคม จ.หนองคาย แล้ว
สำหรับการควบคุมสถานการณ์ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ตรึงกำลังตามแนวกันไฟและลำน้ำตีนเขา เพื่อป้องกันไม่ให้ไฟลุกลามลงสู่พื้นที่ด้านล่าง แม้อุปสรรคสำคัญยังคงเป็นสภาพอากาศที่ร้อนจัดและกระแสลมแรง ซึ่งอาจทำให้สะเก็ดไฟกระจายตัวได้ง่าย “หากสถานการณ์รุนแรงเกินกำลังภาคพื้นดิน ได้ประสานกรมฝนหลวงฯ เตรียมความพร้อมเฮลิคอปเตอร์และอากาศยานสนับสนุนทันที” นายวัชรพล กล่าว
ขณะที่บรรยากาศการท่องเที่ยวช่วงสงกรานต์ยังสามารถเดินทางเข้าวัดป่าภูก้อนได้ตามปกติ โดยมีแนวกันไฟธรรมชาติช่วยป้องกันพื้นที่วิหาร แต่แนะนำให้ประชาชนสวมหน้ากากอนามัย เนื่องจากอาจได้รับผลกระทบจากหมอกควัน
พระครูปลัดกิตติภูมิ สิริวัฑฒโก เจ้าคณะตำบลนายูง บอกว่า ไฟป่าเริ่มมาตั้งแต่ช่วงบ่ายวานนี้ (๑๑เม.ย) โดยไฟเริ่มมาจากทางไร่ของชาวบ้าน ในพื้นที่อำเภอน้ำโสมและนายูง โดยพื้นที่ทั้งหมดที่เห็นอุทยานพร้อมคณะพระสงฆ์ร่วมกันดูแลกับทางราชการ ส่วนสาเหตุนั้นคาดว่าน่าจะเกิดจากน่าจะเกิดจากความร้อนที่สะสมมานานไม่ใช่เกิดจากฝีมือมนุษย์ แต่อย่างไรชาวบ้านส่วนตัวมองว่าอาจจะไม่ได้เจตนา สำหรับเหตุไฟไหม้เคยเกิดเหตุทุกปีแต่ไม่รุนแรงเท่าเห็นครั้งนี้ สำหรับสัตว์ป่าบริเวณนี้จะมีเห็นส่วนใหญ่ก็คือหมูป่า อีเห็นและลิง ยังไงก็ดีอาตมาก็ไม่ได้รู้สึกกังวลอะไรแต่เกรงว่าน้ำที่จะมาช่วยดับไฟอาจจะไม่พอและสายไฟฟ้าก็ถูกเพลิงไหม้หมดแล้วสำหรับสถานการณ์ไฟป่าตอนนี้เราอยู่แล้วไม่ลุกลามเข้าวัดและวิหาร
✍️ สำนักข่าวไทเกอร์นิวส์ รายงาน